‘เท้ง-ทิม’ กอดกันกลม ส่งไม้ต่อ อวด ‘ทะเลดาว’ เมืองมังกร – อ้อน ‘ตี๋ก็รักส้ม’ ท้าชนบ้านใหญ่เปลี่ยน ‘ชมพูเป็นน้ำเงิน’
วันนี้ (2 ก.พ. 69) พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ยกทัพใหญ่เปิดเวทีปราศรัยโค้งสุดท้าย ณ ลานวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จังหวัดสุพรรณบุรี ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักเมื่อประชาชนมาร่วมฟังจนล้นพื้นที่ทำให้ “สุพรรณบุรีแตก” โดยไฮไลท์สำคัญเริ่มขึ้นเมื่อ นายณัฐพงษ์ และ นายพิธา เดินเคียงคู่กันเข้าสู่เวทีพร้อมสวมกอดให้กำลังใจกัน เรียกเสียงเชียร์กึกก้อง ก่อนที่ นายณัฐพงษ์ จะขึ้นปราศรัยด้วยถ้อยคำดุเดือด ท้าชนขั้วอำนาจเก่าในพื้นที่ โดยระบุว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. นี้ หากประชาชนกาเพื่อเปลี่ยนขั้วอำนาจจาก “สีชมพู” ไปเป็น “สีน้ำเงิน” ปัญหาเดิม ๆ ของชาวสุพรรณบุรีและคนไทยทั้งประเทศก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เพราะตราบใดที่โครงสร้างอำนาจยังเหมือนเดิม กกต. และองค์กรอิสระยังไม่ยึดโยงกับประชาชน แต่ถูกควบคุมโดย สว. ที่มาจากการแต่งตั้งของกลุ่มอำนาจเก่า ทุกอย่างก็จะวนเวียนอยู่ที่เดิม

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงความไม่ชอบมาพากลในอดีต ทั้งกรณีเงินประกันสังคมที่ถูกนำไปซื้อตึกมูลค่าเกินจริง ปัญหายาเสพติดและส่วยตำรวจที่ยังแก้ไม่ตก พร้อมหันมาเน้นย้ำนโยบายเพื่อคนรากหญ้า โดยเฉพาะเกษตรกรสุพรรณบุรี ด้วยการเสนอทีมบริหารมืออาชีพที่จะเข้ามาจัดการหนี้สิน ยกระดับคุณภาพชีวิต และเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากการกอบโกยของกลุ่มทุนสีเทา นอกจากนี้ยังกล่าวถึงประเด็นค่าไฟฟ้าแพง โดยเผยว่าตนเพิ่งถูกกลุ่มทุนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาทจากการออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่าจะไม่หยุดสู้จนกว่าค่าไฟจะถูกลง พร้อมการันตีว่าหากเลือกพรรคประชาชนจะได้รัฐบาลที่กล้าชนกับต้นตอปัญหา ไม่ใช่รัฐบาลหน้าเดิมที่รับส่วยทอด ๆ กันมา

ในช่วงท้ายของการปราศรัย นายณัฐพงษ์ ได้ปลุกพลังใจประชาชนให้ก้าวข้ามการเมืองแบบเก่าและการซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยระบุว่าหากมีใครนำเงินมาให้ก็ให้รับไว้ แต่ขอให้กาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ เพื่อรับบำนาญผู้สูงอายุ 1,000 บาทถ้วนหน้าที่จะเริ่มทันทีในวันที่ 1 ต.ค. นี้ ซึ่งคุ้มค่าและยั่งยืนกว่า
ระหว่างปราษรัย มีประชาชนตะโกนบอกรักว่า “ส้มรักตี๋” นายณัฐพงษ์ ได้ตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า “ตี๋ก็รักส้ม” ก่อนจะปิดท้ายด้วยภาพความประทับใจเมื่อผู้ปราศรัยและประชาชนร่วมกันเปิดไฟแฟลชมือถือสร้างปรากฏการณ์ “ทะเลดาว” สว่างไสวไปทั่วลานวัดป่าเลไลยก์ ประกาศความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งโค้งสุดท้ายอย่างเต็มที่













