‘ดร.เอ้’ จี้ กกต. สอบปมถอนเงิน 250 ล้าน หวั่นซื้อเสียง ย้ำรับเงินเท่ากับโกงอนาคตลูกหลาน ฟาดปมตัดสูท 7,000 ชุด ไม่เหมาะสม
วันนี้ (30 ม.ค.69) ที่โรงเรียนระยองวิทยาคม นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยก้าวใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประกันสังคมว่ามีแนวทางอย่างไรที่จะให้ประชาชนเกิดความมั่นใจมากขึ้น และมีความคิดเห็นอย่างไรที่จะมีการปรับอัตราขึ้นเป็น 875 บาท เพราะหลายคนมองว่าแพงเมื่อเทียบกับการบริการ
นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า พรรคไทยก้าวใหม่มีจุดยืนชัดเจนบนทุกเวทีว่า ถึงเวลาปฏิรูปประกันสังคม โดยมีจุดยืน 3 ข้อ คือ
1.ต้องใช้มืออาชีพ: เพราะกองทุนใหญ่ขนาดนี้ เราต้องมั่นใจว่าจะได้มืออาชีพจริง ๆ ไม่เช่นนั้นการทำงานและผลตอบแทนก็ไม่แน่ใจว่าจะดูแลผู้ประกันตนจนถึงวันที่เขาเกษียณได้หรือไม่ เพราะมืออาชีพต้องทำงานโปร่งใสและเปิดเผยต่อประชาชน
2.แผนการลงทุนที่ทันสมัย: วันนี้แผนการลงทุนประกันสังคมต้องคำนึงถึงโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป เด็กเกิดน้อยแต่ผู้สูงอายุเยอะ ต้องแน่ใจว่ามีการลงทุนที่มีกลยุทธ์ชัดเจน เพื่อให้ความมั่นใจว่าในอนาคตจะมีเงินเลี้ยงดูผู้ประกันตนในวัยเกษียณ
3.เทคโนโลยี: เรื่องระบบออนไลน์ของประกันสังคมมีแต่ประชาชนบ่น ถึงเวลาที่ต้องจัดการ พรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่มีมืออาชีพสนับสนุนเรื่องราชการดิจิทัล ขอเข้าไปทำเรื่องประกันสังคมยุคดิจิทัล ให้คนเข้าถึงได้และสามารถตรวจสอบได้ในทุกเรื่องว่ามีเงินอยู่เท่าไหร่ จ่ายเงินไปเท่าไหร่ รวมถึงจะได้สิทธิอะไรบ้าง ซึ่งเป็นงานถนัดของพรรค
เมื่อถามถึงเรื่องความโปร่งใสของประกันสังคม กรณีที่มีการตัดสูท 7,000 ชุด นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า มันไม่ใช่ลักษณะของคนเป็นมืออาชีพ เพราะคนเป็นมืออาชีพจะไม่ทำเรื่องแบบนั้น การเริ่มต้นกระดุมเม็ดแรกหากอยากให้ประเทศเจริญก็ต้องดูที่คณะรัฐมนตรี ถ้าคณะรัฐมนตรีเป็นคนที่มีความรู้เหมาะสมกับแต่ละกระทรวง ประเทศเจริญแน่นอน เพราะคนเหล่านี้เขาทำงานเพื่อประเทศจริง ๆ และละอายต่อบาป
“เช่นเดียวกัน คนที่จะดูแลกองทุนประกันสังคม อันดับแรกคณะกรรมการต้องเป็นคนมืออาชีพ ไม่ใช่มาจากไหนก็ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นการใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย คิดว่าเป็นสวัสดิการส่วนตัว แต่จริง ๆ แล้วเป็นสวัสดิการของผู้ประกันตนทุกคน” นายสุชัชวีร์ กล่าว
สำหรับกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รับรายงานการเบิกเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติ 250 ล้านบาท โดยขอแลกเป็นธนบัตรฉบับละ 100 บาท และ 500 บาท ซึ่งถือเป็นธุรกรรมผิดปกติในช่วงก่อนการเลือกตั้งนั้น นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนเชื่อข้อมูลของแบงก์ชาติ ท่านพูดจริงและเป็นผู้ใหญ่ในสังคม ท่านบอกว่าถอนเงิน 250 ล้านบาท ใครจะไปถอนแบบนั้นถ้าไม่ไปซื้อเสียง
“ขอย้ำว่า ถ้าท่านรับเงินแล้วไปเลือก ท่านกำลังคอร์รัปชันลูกตนเอง เพราะเขาเอาเงินที่เขาโกงมาเพื่อมาซื้อเสียงท่าน สุดท้ายเขาก็ไปโกงลูกของท่าน โกงการศึกษาของลูกท่าน โกงสวัสดิการของพ่อแม่ท่านรวมถึงตัวท่านเอง สุดท้ายการก่อสร้างในประเทศไทย เครนถล่ม ของหล่นใส่ ตึกพัง มันมาจากรากฐานการซื้อสิทธิขายเสียงทั้งนั้น เพราะฉะนั้นอย่า และจริง ๆ ไม่อยากให้รับเงินเลย ที่ยิ่งแย่กว่าคือรับแล้วไปเลือกด้วย ท่านกำลังคอร์รัปชัน กำลังโกงลูกหลานตนเอง เพราะคนเหล่านั้นก็จะไปเอาเงินคืนจากอนาคตการศึกษาลูกท่าน คืนจากสวัสดิการพ่อแม่ท่าน เพราะฉะนั้นอย่าเด็ดขาด”
เมื่อถามต่อว่า กกต. ควรจริงจังกับเรื่องนี้หรือไม่ หลังจากพบว่าในพื้นที่ต่างจังหวัดเริ่มมีการล่ารายชื่อซื้อเสียง นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาที่จังหวัดระยอง เขาก็บอกว่ามีการเก็บบัตรประชาชนกันแล้ว นี่คือเรื่องจริงที่เขาพูดกันอยู่ ตนคิดว่า กกต. ชุดใหม่ท่านมีศักดิ์ศรี ท่านจะไม่ยอมให้เรื่องราวนี้เกิดขึ้นหรอก ดังนั้นตนขอฝากเรื่องนี้ถึง กกต. เรื่องซื้อสิทธิขายเสียงมันทำลายประเทศไทยจริง ๆ มันทำลายลูกหลานไทยทุกคน ดังนั้น กกต. ต้องเอาจริง ไม่อย่างนั้นประเทศไทยอยู่ไม่ได้
นายสุชัชวีร์ ย้ำว่า ตนเองและพรรคไทยก้าวใหม่มีจุดยืนชัดเจนว่าเราต่อต้านการเมืองแบบเดิม ๆ การเมืองแบบเก่า ๆ เพราะถ้าประเทศไทยดีมันดีไปแล้ว ไม่มาแพ้เวียดนามอย่างนี้หรอก ดังนั้นอันดับแรกเปิดหัวใจ อย่าเลือกการเมืองแบบเดิม เพราะมันกลับถดถอย อยากให้ท่านเปิดหัวใจกับพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 เปิดหัวใจรับคนใหม่ ความคิดใหม่ การเมืองใหม่อย่างสร้างสรรค์ มาดูแลลูกหลาน มาดูแลการศึกษา ที่เป็นรากฐานสำคัญ เด็กๆ ต้องได้เรียนฟรีจนถึงปริญญาขั้นสูงสุด












