‘จตุพร’ ขึ้นเวทีปราศรัยลาดกระบัง ย้ำสโลแกน “มีเรา ไม่มีมืด” ลุยแก้น้ำท่วม 6 ปีทั้ง กทม. – ภาคกลาง
ดันรัฐสวัสดิการตั้งแต่เกิดถึงตาย – พักหนี้ – ตั้งหลักเศรษฐกิจ ค่าไฟฟรี 500 บาท ชูโมเดลการท่องเที่ยวลาดกระบัง – ตลาดเก่า 100 ปี ย้ำ โอกาสใหม่ไม่ซื้อเสียง พร้อมปกป้องอธิปไตยของไทยอย่างเด็ดขาด ไม่ยอมให้ใครละเมิดแม้แต่ธุลีเดียว
วันนี้ (29 มกราคม 2569) ที่สวนสุขภาพร่วมเกล้า 2 เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ พรรคโอกาสใหม่ นำโดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายประภัสร์ จงสงวน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และผู้สมัคร สส. กทม.พรรคโอกาสใหม่ ได้จัดเวทีปราศรัย เพื่อช่วยหาเสียงให้ นายหวังจันทร์ ยิ้มวิไล ผู้สมัคร สส.เขต 20
ก่อนเริ่มการปราศรัย ผู้สมัคร สส. และประชาชนร่วมยืนถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวง พร้อมทั้งยืนเคารพธงชาติ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเดินทางมาร่วมรับฟังปราศรัยเป็นจำนวนมาก พร้อมอบดอกกุหลาบ และพวงมาลัยดาวเรืองให้กำลังใจผู้ขึ้นเวทีปราศรัยอย่างเป็นกันเอง
นายจตุพร กล่าวระหว่างการปราศรัย ว่า ปกติตนมาจะบอกว่า “มีเรา ไม่มีมืด” แต่วันนี้ไฟมันมืดไปหน่อย แต่อยากจะเห็นบรรยากาศจริง ๆ ก็เลยบอกทีมงานว่าสวนสาธารณะแห่งนี้เวลากลางคืนบรรยากาศเป็นยังไง คือพอมาเห็น พบว่ามืดจริง ๆ และสิ่งสำคัญที่ต้องดู อย่างที่ตนบอกว่า มีเรา ไม่มีมืด นั้น 1.ต้องมีความสว่าง 2.ต้องมีความสะดวกสบาย การเข้าถึงสำหรับประชาชนที่อยู่ในแถบนี้เห็นตึกเต็มไปหมด แต่รถไฟฟ้าไม่ถึงต้องใช้รถเมล์รถส่วนตัวรวมถึงความสะอาดให้สะอาดทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องขยะซึ่งมีปัญหา และความสงบความปลอดภัย ที่ตนพร้อมจะมาดูแลปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวลาดกระบัง
หลังจากนั้น นายจตุพร ได้เชิญ นายหวังจันทร์ ยิ้มวิไล ผู้สมัคร สส.เขต 20 ขึ้นบนเวที เพื่อแนะนำกับประชาชน พร้อมเล่าว่าวันที่นายหวังเขามาสมัครที่พรรคโอกาสใหม่วันแรกนั้น นายหวังจันทร์เล่าให้ฟังว่า ตั้งใจจะมาดูแลประชาชนในเขตลาดกระบัง และพูดถึงปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องตึกที่ไม่ได้รับการดูแล ตนจึงสงสัยว่าทำไมการเคหะหรือ พม.ถึงไม่เข้ามาดูแลซึ่งมันติดขัดเรื่องข้อกฎหมายต่าง ๆ เพราะฉะนั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกเราพรรคโอกาสใหม่ได้เข้าไปก็จะไปจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้พี่น้องประชาชนเอง

นายจตุพร ได้กล่าวถึงกรณีเรื่องน้ำท่วมที่ผ่านมาเขตลาดกระบังเป็นภาคเกษตรกรรมว่า ช่วงปี 2554 ก็เห็นปัญหาเรื่องของน้ำท่วม ซึ่งทุกอย่างก็ผลักมาอยู่ที่ลาดกระบังหมด โดยต้องปรับเรื่องโครงสร้าง ซึ่งนโยบายของเราคือมีแผนในการแก้ปัญหาน้ำท่วม กทม. ภาคกลางทั้งหมด ใช้เวลา 6 ปีในการแก้ปัญหา ซึ่งสบายใจได้เพราะถ้าไม่ทำอย่างนี้ เชื่อหรือไม่ว่า อีก 6-20 ปีข้างหน้า พัทยา จะไปอยู่ที่ จ.สระบุรี เป็นปัญหาของโลกที่เราต้องเผชิญ ทุกคนไม่ต้องห่วงเราเข้าใจปัญหาเราจะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ให้ รวมถึงเรื่องขยะที่ตนพูดมันมีปัญหามากเพราะเป็นชุมชนขนาดใหญ่ การดูแลต่าง ๆ ก็ต้องอาศัยกับพวกเราด้วยต้องในเรื่องของขยะ คือใช้น้อย ใช้ซ้ำ ทำใหม่ ก็ต้องช่วยกันตรงนี้
ขณะที่เรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรปีที่ผ่านมาก็ 5,000-6,000 บาท ที่ต่ำมาก ตนก็ไปดูว่าทำไมราคาต่ำ ซึ่งการเกษตรมีทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำถ้าจะปลูกจะมีพันธุ์ที่ดี มีปุ๋ยมียาใส่ แล้วก็เพาะปลูก เก็บเกี่ยวแล้วเข้าสู่กระบวนการเอาไปขายต่างประเทศ แต่ปัญหาคือราคาปุ๋ยแพงกว่าข้าวเพราะฉะนั้นคือปัญหา ตอนที่ตนเองอยู่กระทรวงพาณิชย์ ได้ทำโครงการธงเขียว คือปุ๋ยต้องถูกกว่าราคาตลาด ไม่น้อยกว่า 30% รวมถึงยาฆ่าแมลงต้องถูกและหากเป็นรัฐบาลจะทำต่อ
“อย่างไรก็ตามภาคเกษตรกร เป็นปัญหามาก โดยหลายพรรคมาหาเสียงบอกว่า จะทำโน่นทำนั่น ถ้าต้องถามว่า ที่พูดปีที่แล้วได้ทำหรือยัง แต่พรรคเราพูดจริงทำจริง ใช้การบริหารนำการเมือง ทุกอย่างมีปัจจัยต้องค่อย ๆ ทำ ดูต้นทุน ปุ๋ย ข้าว การผลิต การขนส่ง หากเราลดตรงนี้ไปได้เชื่อว่าจะปลูกข้าวได้กำไรแน่นอน“ นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ อัตราการเกิดลดลง ขณะที่อัตราการเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปโดยไม่เตรียมการ จะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม พรรคโอกาสใหม่จึงให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะประชาชนที่มีอายุเกิน 60 ปี ซึ่งยังมีศักยภาพ มีพลัง และสามารถมีบทบาทในชุมชนได้
พรรคมีแนวคิดให้ผู้สูงวัยในแต่ละหมู่บ้านและชุมชน เข้ามามีบทบาทเป็นบุคลากรดูแลผู้สูงอายุด้วยกันเอง พร้อมจัดระบบค่าตอบแทนและสวัสดิการให้เหมาะสมกับภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน รวมถึงสร้าง “ความเกษียณสำราญ” ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
ในด้านรัฐสวัสดิการ นายจตุพร ระบุว่า พรรคโอกาสใหม่มีเป้าหมายสร้างรัฐสวัสดิการตั้งแต่ก่อนเกิดจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ปัจจุบันสวัสดิการของรัฐยังกระจุกตัวอยู่กับข้าราชการและผู้ประกันตน ทำให้ประชาชนจำนวนมากตกหล่น พรรคจึงเสนอให้เปลี่ยนจากการสงเคราะห์ เป็นการรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนพึงได้รับอย่างเท่าเทียม
สำหรับปัญหาเศรษฐกิจ นายจตุพร กล่าวว่า ครัวเรือนไทยส่วนใหญ่ยังแบกรับภาระหนี้สิน พรรคโอกาสใหม่เสนอแนวทางพักหนี้ โดยหยุดการชำระหนี้ระยะหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนได้ตั้งหลัก ก่อนทยอยแก้ไขอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เช่น มาตรการค่าไฟฟ้า 500 บาทฟรี ซึ่งสามารถทำได้จริงจากการตรวจสอบต้นทุน
ขณะเดียวกัน จะเร่งเพิ่มรายได้ประเทศผ่านการส่งออก การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร และการท่องเที่ยว โดยยกตัวอย่าง “โมเดลลาดกระบัง” ที่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตลาดเก่าแก่กว่า 100 ปี เชื่อมโยงการเดินทางทางเรือ สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่การเกษตรและการแปรรูปสินค้า
นายจตุพร ยังกล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่า ประเทศไทยเผชิญฝุ่นเป็นประจำทุกปีจากหลายสาเหตุ ทั้งการจราจร การเผาในที่โล่ง และสภาพอากาศปิดจากมวลอากาศเย็น พรรคโอกาสใหม่เสนอให้เริ่มจากภาครัฐ โดยเปลี่ยนรถราชการให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด รวมถึงการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ด้านภาคเกษตร หากพบการเผาในพื้นที่ จะใช้มาตรการทางเศรษฐกิจ เช่น การไม่รับซื้อผลผลิต พร้อมสนับสนุนเครื่องจักรให้เกษตรกรเพื่อลดการเผา
ในประเด็นภัยพิบัติ นายจตุพร ระบุว่า ปัญหาน้ำท่วมและน้ำหลากต้องแก้ไขควบคู่กัน หากไม่จัดการอย่างเป็นระบบจะส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างรุนแรง
ด้านอาชญากรรมและยาเสพติด พรรคโอกาสใหม่ยืนยันจะจัดการอย่างเด็ดขาด โดยตัดเครือข่ายทางการเงินของกลุ่มสแกมเมอร์ รวมถึงปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้สังคม
ในด้านการศึกษา นายจตุพร กล่าวว่า การศึกษาต้องฟรีอย่างแท้จริง และเมื่อเรียนจบแล้วต้องมีงานทำทุกคน ขณะที่การปราบปรามการทุจริตถือเป็นหัวใจสำคัญของการเมือง พรรคย้ำจุดยืนไม่ซื้อเสียง เพราะการซื้อเสียงคือ “ตราบาป” ที่ทำลายระบบการเมือง
นายจตุพร ยังย้ำถึงอธิปไตยของประเทศว่า พรรคโอกาสใหม่จะปกป้องอธิปไตยของไทยอย่างเด็ดขาด ไม่ยอมให้ใครละเมิดแม้แต่ธุลีเดียว พร้อมยืนยันว่าการเมืองของพรรคจะไม่มีวาทกรรมส่วนตัว มีแต่การทำงานเพื่อส่วนรวม เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส













