‘เท้ง’ ปลุกคนสกลฯ ใช้สิทธิ์เลือกตั้งตัดสินอนาคตประเทศ
‘เท้ง’ ปลุกคนสกลฯ ใช้สิทธิ์เลือกตั้งตัดสินอนาคตประเทศ หากเลือกแบบเดิมก็ได้แบบเดิม แต่ถ้าเลือกแบบใหม่ได้รัฐบาลประชาชน
วันนี้ (16 ม.ค.69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและสกลนคร เพื่อช่วยหาเสียงเลือกตั้ง โดยพรรคประชาชนส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบทั้ง 7 เขต
นายณัฐพงษ์ ยังได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนค เพื่อช่วยหาเสียงให้นายภาสพล อุฬารกุล ผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 2 พรรคประชาชน ระบุว่า หัวใจของพรรคประชาชนคือการสร้างประเทศไทยที่ไม่มีสีเทา เป็นประเทศไทยที่เท่าเทียม และเป็นประเทศไทยที่เท่าทันโลก โดยได้ยกตัวอย่างแนวคิดเรื่อง “ความเท่าเทียม” ความหมายของโลโก้พรรคประชาชนที่เป็นรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ ซึ่งสะท้อนแนวคิดการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของประเทศ
นายณัฐพงษ์ ตั้งคำถามให้ประชาชนลองถามตนเองถึงปัญหาพื้นฐานในชีวิตประจำวัน เช่น คุณภาพน้ำประปา ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยตระหนักถึงปัญหาน้ำที่ไม่สะอาด จนกระทั่งได้ลงพื้นที่และพบเห็นสภาพความเป็นจริง จึงเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าปัญหาเรื่องน้ำคือหนึ่งในปัญหาสำคัญของประเทศ ประเทศไทยในปัจจุบันเป็นประเทศที่คนมีฐานะสามารถเข้าถึงโรงพยาบาลราคาแพงได้ และคนที่มีเส้นสายสามารถใช้วิธีลัดเพื่อเข้าถึงบริการสาธารณะที่มีคุณภาพมากกว่า ขณะที่ประชาชนในชนบทและคนยากจนต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ตีห้าเพื่อไปรอรับการรักษา กว่าจะได้รับการรักษาในแต่ละวันต้องใช้เวลาเกือบทั้งวัน ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนธรรมดาที่ไม่มีสีไม่มีเส้น ไม่มีอภิสิทธิ์ ถูกกดทับอยู่ทุกวัน และไม่สามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง
ความหมายของโลโก้พรรคประชาชนคือการทำให้ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดินสามเหลี่ยมหัวกลับคือการวางประชาชนไว้ข้างบน แต่ที่ผ่านมาเสียงของประชาชนไม่เคยอยู่ข้างบน เพราะประเทศไทยไม่เคยมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การเมืองแบบเดิมที่นักการเมืองจำนวนมากมุ่งเน้นการรวบรวม สส. เพื่อแย่งชิงโควตารัฐมนตรี และเข้าไปหาผลประโยชน์จากภาษีของประชาชน มากกว่าการทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง
นายณัฐพงษ์ ยกตัวอย่างบุคคลสำคัญที่เคารพนับถือคือ นายเตียง ศิริขันธ์ อดีตผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นบุคคลที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง พรรคประชาชนมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชนตามแนวทางเดียวกับปูชนียบุคคลเหล่านี้ และจะไม่ทำการเมืองแบบย้ายค่ายหรือเปลี่ยนจุดยืนไปมา เพราะพรรคยึดหลัก “พูดอย่างไร ต้องทำอย่างนั้น”
นอกจากนี้ยังได้เชิญชวนประชาชนให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ โดยขอให้เลือกทั้งพรรคและผู้สมัครในเขต เพื่อสนับสนุนให้ตนเองได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย หากประชาชนต้องการเปลี่ยนรัฐบาลแบบเดิม มาเป็นรัฐบาลที่บริหารประเทศเพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
“การเลือกตั้งครั้งนี้คือความฝันของพี่น้องประชาชน เพราะไม่มีวุฒิสภามาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ดังนั้นเราต้องเอาจริง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลประชาชน หากเลือกแบบเดิมก็จะได้แบบเดิม แต่ถ้าเลือกแบบใหม่ เราจะได้รัฐบาลแบบใหม่ และสร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้า ก้าวไกลไปด้วยกัน” นายณัฐพงษ์ ทิ้งท้าย













