‘กรมอนามัย’ เตือน ฝุ่น PM2.5 ‘สีแดง 4 จังหวัด’ อยู่ในระดับ ‘สีส้ม 48 จังหวัด’ กระทบต่อสุขภาพ คาดมีแนวโน้มเกินมาตรฐานต่อเนื่อง
แนะใส่หน้ากากป้องกัน-เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ย้ำ สัมผัสฝุ่นค่าสูงเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงมะเร็งปอด
วันนี้ (15 ม.ค. 69) พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ขณะนี้มีจังหวัดที่มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) ได้แก่ นนทบุรี สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานคร โดยค่าสูงสุดวันนี้เท่ากับ 95.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และยังมีอีก 48 จังหวัด มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม)
จากการสำรวจวันที่ 1-15 มกราคม 2569 พบว่าประชาชนมีอาการที่เกี่ยวข้องกับ PM2.5 ถึง 61.6% ส่วนใหญ่คัดจมูก น้ำมูก ไอ และแสบตา กรมอนามัยจึงขอแนะนำข้อปฏิบัติสำหรับดูแลตนเองช่วงที่ค่าฝุ่นยังสูง ดังนี้
1) ใส่หน้ากากอนามัยประเภทดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ เช่น N95 KN95
2) เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว
3) ลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่น เช่น การจุดธูป การเผา การปิ้งย่าง การสูบบุหรี่ การใช้ยานพาหนะส่วนตัว รวมถึงควรเช็คสภาพรถเป็นประจำก่อนใช้งาน
4) ปิดประตู หน้าต่าง ให้มิดชิด และหมั่นทำความสะอาดบ้านบ่อย ๆ ลดการสะสมของฝุ่น
5) เช็คค่าฝุ่นเป็นประจำก่อนออกจากบ้าน
ทั้งนี้ กรมอนามัยคาดการณ์ว่า สัปดาห์นี้ค่าฝุ่น PM2.5 ยังมีแนวโน้มเกินมาตรฐานต่อเนื่อง จากสภาพอากาศที่ปิด ทำให้มลพิษเกิดการสะสมตัว รวมทั้งยังพบการเผาในที่โล่งเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ หากได้รับสัมผัสฝุ่น PM2.5 ในระดับสูง หรือเป็นระยะเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดได้












