พรรคประชาชน ล้อมวงคุยวันเด็ก เปิดนโยบาย “เด็กจะดีเพราะสวัสดิการดี หลักสูตรดี ครูดี กฎหมายดี”
‘ทีมบริหารการศึกษาพรรคประชาชน’ ล้อมวงคุยวันเด็ก เปิดนโยบาย “เด็กจะดีเพราะสวัสดิการดี หลักสูตรดี ครูดี กฎหมายดี” รับฟังเสียงเยาวชน-ผู้ปกครอง-ครู สะท้อนปัญหาการศึกษาไทย พร้อมชูแนวคิด “คืนเวลาให้ครู และคืนครูให้ห้องเรียน” ผ่านการลดภาระงานธุรการที่ไม่จำเป็น
วันนี้ (10 ม.ค. 69) พรรคประชาชน นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัว และการเรียนรู้ จัดกิจกรรมวันเด็ก “ล้อมวงพูดคุยกับทีมการศึกษาของพรรคประชาชน เด็กจะดีเพราะสวัสดิการดี หลักสูตรดี ครูดี กฎหมายดี” ณ สวนเบญจสิริ โดยมีประชาชน ผู้ปกครอง เด็กและเยาวชน เข้าร่วมอย่างคึกคัก ก่อนจะแบ่งกลุ่มพูดคุยเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอด้านการศึกษาโดยตรงจากประชาชน
น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัว และการเรียนรู้ กล่าวว่า เด็กหนึ่งคนไม่ใช่ภาระของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นคุณค่าที่ทั้งสังคมต้องช่วยกันดูแล พร้อมขอบคุณประชาชนที่ให้ความสนใจนโยบายด้านเด็กของพรรคประชาชน และย้ำว่าการพัฒนาเด็กต้องอาศัยความร่วมมือในทุกมิติ ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน ไปจนถึงรัฐ
ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงนโยบายด้านการศึกษาและเด็กเยาวชนของพรรคว่า “การศึกษาไทยไปต่อแบบเดิมไม่ได้” จากปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ทำให้เด็กจำนวนมากหลุดจากระบบการศึกษา ทั้งที่ผู้ปกครองต่างทุ่มเทด้านทรัพยากรอย่างมาก แต่ระบบของรัฐยังไม่สามารถแปลงทรัพยากรเหล่านั้นให้เกิดผลลัพธ์ที่มีคุณภาพได้
นายพริษฐ์ ระบุว่า พรรคประชาชนตั้งเป้าผลลัพธ์การศึกษา 3 ประการ คือ 1) การศึกษาที่มีความหมาย 2) การศึกษาที่มีความสุข และ 3) การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยจะจัดทำหลักสูตรใหม่ที่ไม่ได้ปรับปรุงมานานเกือบ 20 ปี ลดการท่องจำ เน้นสมรรถนะ พร้อม “คืนเวลาให้ครู และคืนครูให้ห้องเรียน” ผ่านการลดภาระงานธุรการที่ไม่จำเป็น ยกระดับทักษะครู กระจายงบประมาณให้โรงเรียนและครูตัดสินใจได้เอง และนำเทคโนโลยี รวมถึง AI มาใช้วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของผู้เรียน เพื่อออกแบบการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
ขณะที่ ผู้แทนทีมการศึกษาของพรรค ยังกล่าวถึงนโยบายสวัสดิการเด็กว่า พรรคประชาชนให้ความสำคัญตั้งแต่ก่อนเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยมีเงินอุดหนุนสำหรับหญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ 5 เดือน เดือนละ 600 บาท และสนับสนุนต่อเนื่องจนเด็กอายุ 6 ปี โดยจะปรับเพิ่มเป็น 1,200 บาทตามช่วงวัย เพื่อให้เด็กเติบโตและมีพัฒนาการสมวัย
พร้อมทั้ง ยังสะท้อนปัญหาครูบรรจุใหม่ที่ค่าตอบแทนไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ปัญหาการเติบโตในวิชาชีพ ระบบวิทยฐานะที่ไม่สอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ รวมถึงความจำเป็นในการเพิ่มเงินพิเศษสำหรับครูในพื้นที่ห่างไกล ยกระดับฝ่ายสนับสนุน ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอน และปฏิรูปงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และระบบราชการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ครูได้โฟกัสกับการเรียนการสอนอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ภายหลังการเสวนา พรรคประชาชนได้เปิดวงแบ่งกลุ่มย่อย รับฟังปัญหาและข้อเสนอจากประชาชน ครู และผู้ปกครอง เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนานโยบายด้านการศึกษาและเด็กต่อไป













