WORLD

น้ำมันดิบแตะ 120 ดอลลาร์ หลังกลุ่มฮูตีโจมตีคลังจ่ายน้ำมันในซาอุฯ

น้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 1% แตะ 120 ดอลลาร์ หลังกลุ่มกบฏฮูตีโจมตีคลังจ่ายน้ำมันในซาอุฯ

สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานวันนี้ (26 มี.ค. 65) ว่า ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 1% สู่ระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธ ที่โรงงานจ่ายน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดขึ้น 1.62 ดอลลาร์ หรือ 1.4% สู่ 120.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐปิดที่ 1.56 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 1.4% ที่ 113.90 ดอลลาร์

ทางการของซาอุดีอาระเบีย รายงานว่า กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน พยายามโจมตีคลังน้ำมันของบริษัทซาอุดี อารามโกในนครเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ด้วยโดรนและจรวดหลายลูก ส่วนหนึ่งถูกสกัดด้วยระบบป้องกันขีปนาวุธ ทำให้อาคารบ้านเรือนและรถยนต์หลายคันได้รับความเสียหาย รวมถึงสถานีไฟฟ้าย่อยในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ใกล้ชายแดนเยเมน

ด้านกลุ่มกบฏฮูตี ออกแถลงการณ์ว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีคลังน้ำมันหลายแห่ง ทั้งในเมืองเจดดาห์และกรุงริยาด โดยเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นก่อนจะมีการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก ฤดูกาล 2022 สนามที่ 2 ของฤดูกาล ในวันอาทิตย์ที่ 27 มี.ค. นี้ ที่เมืองเจดดาห์ โดยมีนักแข่งรถจากหลายทีมลงสนามแข่งฝึกซ้อมมาตั้งแต่วานนี้ ขณะที่คลังน้ำมันที่ถูกโจมตี อยู่ห่างจากสนามเจดดาห์ คอมมิเช เซอร์กิต เพียง 12 ไมล์เท่านั้น

ด้านนายแอนดรูว์ ลิโพว์ ประธานบริษัท Lipow Oil Associates ในเมืองฮูสตัน กล่าวว่า หลังจากตลาดพยายามเลี่ยงการผลิตน้ำมันของรัสเซียไปแล้ว กลับมีอีกเรื่องให้กังวล คือการโจมตีของฮูติ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตของซาอุฯ โดยหลังจากกลุ่มฮูติยิงขีปนาวุธและโดรนใส่โรงงานพลังงานและโรงกลั่นน้ำทะเลของซาอุฯ ทำให้ผลผลิตที่โรงกลั่นลดลงชั่วคราว สต็อกสินค้าทั่วโลกลดต่ำสุด นับตั้งแต่ปี 2557

Related Posts

Send this to a friend