WORLD

ประชุมสุดยอด ‘สีจิ้นผิง-ทรัมป์’ เสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

ประชุมสุดยอด ‘สีจิ้นผิง-ทรัมป์’ เสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

ปักกิ่ง – การพบปะหารือระหว่างสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2569 ได้รับเสียงชื่นชมจากบรรดาสถาบัน ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรสื่อมวลชนทั่วโลกว่าเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกและสัญญาณเชิงบวกของโอกาสทางธุรกิจ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2569 จูลี โคแซ็ก ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าการที่สองประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกจัดการหารือระดับสูงสุดเช่นนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง ทุกสิ่งที่ช่วยลดความตึงเครียดและความไม่แน่นอนทางการค้าล้วนดีต่อทั้งสองประเทศ รวมถึงเศรษฐกิจโลก

ทอม วัตคินส์ อดีตที่ปรึกษาศูนย์นวัตกรรมมิชิแกน-จีน ชี้ว่าทั้งชาวอเมริกันและชาวจีน รวมถึงผู้นำทั่วโลก ต่างไม่ชอบความไม่มั่นคงและความไม่แน่นอน ขณะนักลงทุนชอบสิ่งที่คาดการณ์ได้และมีเสถียรภาพ ดังนั้นคณะผู้นำควรสร้างสภาพแวดล้อมที่ทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกสามารถเจริญรุ่งเรืองและเติบโตอย่างสันติ โดยวัตคินส์ยกตัวอย่างว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีสีเขียว และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นสิ่งที่ทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกันได้

บรูซ แมคลาฟลิน ซีอีโอของซิโนจี คอนซัลติง กรุ๊ป จากออสเตรเลีย กล่าวว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศในปัจจุบันทำให้ยิ่งต้องพึ่งพาข้อตกลงการค้าและการลงทุนที่เปิดกว้าง มั่นคง และตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์มากขึ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพของโลก โดยความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ไม่เพียงส่งผลต่อการแลกเปลี่ยนทางการค้าและเศรษฐกิจทวิภาคี แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดโลก รวมถึงความมั่นคงของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วย

แมคลาฟลินเสริมว่าการพบปะหารือระหว่างสีจิ้นผิงกับทรัมป์ครั้งนี้เป็นโอกาสล้ำค่าสำหรับนานาประเทศและภาคธุรกิจในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและยกระดับเครือข่ายห่วงโซ่อุปทาน โดยความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพอาจช่วยลดต้นทุนที่เกิดจากการแตกกระจายและความซ้ำซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงกระตุ้นการลงทุนและความเชื่อมั่นของตลาด

อนึ่ง กรณีทรัมป์เยือนจีนอย่างเป็นทางการได้ดึงดูดความสนใจจากนานาชาติอย่างมาก โดยสหรัฐฯ และจีนพยายามรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์ทวิภาคี ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ

โมฮามาดี คอมปาโอเร นักข่าวอาวุโสชาวไอวอรีโคสต์ และผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นแห่งโกตดิวัวร์ เชื่อว่าความร่วมมือระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่พัฒนาดีขึ้นจะช่วยสร้างเสถียรภาพแก่เศรษฐกิจโลก รักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน และลดความผันผวนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อหลายประเทศในแอฟริกาที่พึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบ นอกจากนั้นความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปยังอาจสร้างโอกาสใหม่ให้แอฟริกาในด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน เหมืองแร่ และการผลิต โดยการแข่งขันและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอาจกระตุ้นการลงทุนและการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นทั่วทวีปแอฟริกา

วิลสัน ลี ฟลอเรส คอลัมนิสต์ประจำเดอะ ฟิลิปปินส์ สตาร์ หนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษของฟิลิปปินส์ กล่าวว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะได้ประโยชน์หากชาติมหาอำนาจแข่งขันกันทางเศรษฐกิจแต่ยังร่วมมือกันทางยุทธศาสตร์เพื่อรักษาสันติภาพ โดยความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เชิงสร้างสรรค์จะลดความไม่แน่นอนและส่งเสริมการลงทุน การท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนทางการศึกษา ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ และการเติบโตระดับภูมิภาค รวมถึงช่วยส่งเสริมการผลิตในภูมิภาค อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โลจิสติกส์ การส่งออกสินค้าเกษตร และความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ที่มา: สำนักข่าวซินหัว

Related Posts

Send this to a friend