‘หวังอี้’ ย้ำ ไม่ใช้กำลัง-ไม่ข่มขู่ เป็นผลดีกับทุกฝ่าย รวมถึง ‘อิสราเอล’
‘หวังอี้’ ย้ำ ไม่ใช้กำลัง-ไม่ข่มขู่ เป็นผลดีกับทุกฝ่าย รวมถึง ‘อิสราเอล’
ปักกิ่ง – เมื่อวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน และกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับ กิเดียน ซาอาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอล ตามคำขอของฝ่ายหลัง และรับฟังข้อสรุปจุดยืนของอิสราเอลต่อสถานการณ์ปัจจุบันจากซาอาร์
หวัง กล่าวว่าการงดเว้นจากการใช้กำลังหรือข่มขู่จะใช้กำลังในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นผลประโยชน์พื้นฐานของทุกฝ่าย รวมถึงอิสราเอล โดยจีนสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนระหว่างประเทศและภูมิภาคผ่านการเจรจาและปรึกษาหารือมาโดยตลอด และทุกฝ่ายควรปฏิบัติตามวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนส่งเสริมการแก้ไขปัญหานิวเคลียร์อิหร่านด้วยวิธีการทางการเมือง และการหารือระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เมื่อไม่นานนี้มีความคืบหน้าที่ชัดเจนและช่วยจัดการข้อวิตกกังวลด้านความมั่นคงของอิสราเอล ทว่าน่าเสียดายที่ปัจจุบันกระบวนการนี้ต้องหยุดชะงักเพราะการโจมตีทางทหาร
ทั้งนี้ จีนคัดค้านกรณีอิสราเอลและสหรัฐฯดำเนินการโจมตีอิหร่าน การใช้กำลังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง รังแต่จะสร้างปัญหาใหม่และผลกระทบร้ายแรงตามมา
คุณค่าที่แท้จริงของความแข็งแกร่งทางทหารไม่ได้อยู่ที่สนามรบแต่อยู่ที่การป้องกันสงคราม โดยจีนเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารทันทีเพื่อป้องกันความขัดแย้งขยายตัวและลุกลามจนเกินควบคุม และจีนยึดมั่นจุดยืนอันเป็นธรรมในปัญหาตะวันออกกลางและจะยังคงดำเนินบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการลดความรุนแรง
หวังกระตุ้นฝ่ายอิสราเอลดำเนินมาตรการอันเป็นรูปธรรมเพื่อรับรองความปลอดภัยของบุคลากรและองค์กรของจีน ซึ่งซาอาร์กล่าวว่าอิสราเอลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเรื่องนี้และจะคุ้มครองความปลอดภัยของบุคลากรและองค์กรของจีนอย่างเต็มที่
ที่มา: สำนักข่าวซินหัว












