‘ปกรณ์’ แนะเปิดเผยบัญชีรายรับรายจ่ายทุกมูลนิธิสู่สาธารณะ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ
‘ปกรณ์’ แนะเปิดเผยบัญชีรายรับรายจ่ายทุกมูลนิธิสู่สาธารณะ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ เหตุเป็นเงินจากศรัทธา เปรียบเหมือนเงินวัดคนอยากรู้เอาไปทำอะไร เชื่อสภาวิชาชีพบัญชี-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจ่อวางแนวทางปิดช่องคนในเอาเงินบริจาคไปใช้โดยมิชอบ
วันนี้ (30 ต.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายอยากให้มีการตรวจสอบมูลนิธิต่าง ๆ ที่รับบริจาคเพื่อช่วยเหลือสังคม หลังเกิดประเด็นมูลนิธิของ นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ปนัดดา พิธีกรและนักแสดงชื่อดังว่ามูลนิธิอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คนดูแลคือกระทรวงมหาดไทย
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาสังคมไม่สามารถรับรู้และตรวจสอบหลังจากบริจาคเงินไปแล้วได้ นายปกรณ์กล่าวว่าทั้งมูลนิธิและสมาคมต้องส่งรายงานทั้งรายงานการเงินและผลดำเนินการให้กับกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบ ปัญหาอยู่ที่ว่าคงจะมีจำนวนเยอะและการตรวจสอบอาจจะยังไม่เข้มข้น หากจะแก้ไขปัญหานี้ก็ต้องไปเข้มข้นในการตรวจสอบทางบัญชีของผู้สอบบัญชีและต้องมีการตรวจสอบรายงานมากขึ้น
เมื่อถามว่างบฯ การบริจาคนั้นสามารถเปิดเผยบัญชีให้ประชาชนรับทราบได้หรือไม่จะได้เกิดความโปร่งใส นายปกรณ์กล่าวว่าข้อมูลนี้กระทรวงมหาดไทยมีอยู่ ซึ่งสมาคมกับมูลนิธิต้องรายงานทุกปีอาจจะขอให้ทางมหาดไทยเปิดเผยข้อมูลเพราะหากไม่ใช่ข้อมูลซับซ้อนอะไรก็ไม่น่าจะเป็นประเด็น
“จริง ๆ แล้วในความเห็นส่วนตัวข้อมูลเหล่านี้ต้องเปิดเผยให้สาธารณะรับทราบอย่างน้อยเพื่อให้เกิดการตรวจสอบได้เพราะเงินที่ได้ไปได้ไปจากศรัทธาก็เหมือนเงินบริจาควัดประมาณนั้นเพราะเงินบริจาควัดเรายังอยากรู้เลยว่าเอาไปทำอะไร ซึ่งหลักการก็เป็นหลักการเดียวกันหมด จึงขอย้ำว่าในส่วนตัวเห็นว่าควรจะมีการเปิดเผยถ้ายังไม่มีกฎเกณฑ์กติกาก็ควรจะต้องเปิดเผย” นายปกรณ์กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีแนวทางปิดช่องไม่ให้คนในมูลนิธิเอาเงินบริจาคไปใช้ส่วนตัวได้หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่าอันนี้อาจจะต้องดูเรื่องระบบบัญชี ซึ่งระบบบัญชีอาจจะต้องวางแนวทางใหม่เข้าใจว่าเดี๋ยวสภาวิชาชีพบัญชีคงหารือกันใหม่ในเรื่องนี้เพื่อจะวางมาตรฐานโดยเฉพาะเรื่องการเปิดเผยข้อมูลเพราะเมื่อเกิดเหตุอย่างนี้ก็จะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดียืนยันว่ากำลังจะหาทางแก้ไขกันอยู่













