‘อภิสิทธิ์-อนุชา’ เดินตลาดตรอกหม้อ ช่วยหาเสียงผู้สมัคร สก.
‘อภิสิทธิ์-อนุชา’ เดินตลาดตรอกหม้อ ช่วยหาเสียงผู้สมัคร สก. ด้านแม่ค้า-พ่อค้าเข้าสะท้อนปัญหาขายของบนทางเท้า หวั่นโดนยึดพื้นที่ ชี้สตรีทฟู้ดคือเสน่ห์ของเมืองไทย-ยืดหยุ่นได้ แนะต้องดูลักษณะพื้นที่ มองยังมีเวลาหลังผลโพลชี้แฟนคลับหันไปเลือก ‘ชัชชาติ’ หวังใช้เรื่องกัญชา-ตรวจสอบทุจริตเข้มข้นดึงฐานเสียงคืน
วันนี้ (30 พ.ค. 69) เวลา 07.30 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค, นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ในฐานะกำกับดูแลพื้นที่ กทม. นางการดี เลียวไพโรจน์ และนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ช่วยนางสาวนัชธนัญญ์ ทรัพย์ญาณกรณ์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตพระนคร หาเสียงที่ตลาดตรอกหม้อ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุชาและคณะส่วนใหญ่ต่างใส่เสื้อสีดำมาหาเสียง ทำให้มีประชาชนแซว “เสื้อดำเด้าหน่อย” ซึ่งกำลังเป็นกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ แม้นายอภิสิทธิ์และนายอนุชาจะยังรู้สึกไม่เข้าใจในช่วงแรก เนื่องจากยังไม่รู้ถึงกระแสดังกล่าว ก่อนที่จะรู้หลังผู้สื่อข่าวบอก ทำให้นายอภิสิทธิ์หัวเราะ ส่วนนายอนุชากับนายสกลธีได้ชวนกันออกสเตปเพียงเล็กน้อย ขณะที่นางการดีบอกว่า “ขอไปซ้อมก่อน”
สำหรับบรรยากาศการหาเสียง มีประชาชนเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูป พร้อมบอกเล่าถึงปัญหาในพื้นที่ที่อยากให้แก้ไขในเรื่องของการค้าขายและจุดจอดรถยนต์
นายอนุชา เปิดเผยหลังลงพื้นที่ว่า เสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดในพื้นที่ต้องการให้การจัดระเบียบตลาดและทางเท้า ซึ่งเรื่องสตรีทฟู้ด ประชาชนมีความกังวลว่ากรุงเทพมหานครจะไม่ให้ขายของบนทางเท้า ซึ่งความจริงตนคิดว่าเรื่องของสตรีทฟู้ดกับคนกรุงเทพฯ สามารถอยู่ด้วยกันได้ เพียงแต่ต้องจัดระเบียบในพื้นที่ต่าง ๆ โดยลักษณะในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน บางพื้นที่ที่มีการเดินบนทางเท้าแคบ ๆ ก็ต้องเข้าใจ แต่ในขณะเดียวกันในตรอกซอกซอย เช่น ตลาดตรอกหม้อ ที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการสัญจร และเป็นเสน่ห์ด้วยซ้ำ ซึ่งมาซื้อของเป็นประจำ โดยไม่ใช่แค่เฉพาะคนไทย ซึ่งระหว่างเดินตลาด ตนก็ได้เจอกับชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นชาวตะวันออกกลาง ชาวอาเซียน รวมถึงชาวยุโรป ซึ่งตรงนี้เป็นเสน่ห์อยู่แล้ว และสามารถอยู่ร่วมกันได้กับกรุงเทพฯ ระหว่างผู้ค้ากับผู้ซื้อ ไม่จำเป็นที่จะต้องจัดระเบียบให้เคร่งเกินไป เพราะสามารถตรวจสอบกันได้ว่าใครเป็นเจ้าของแผงตัวจริง และอนาคตอาจจะนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น QR Code มาตรวจสอบว่าเป็นเจ้าของแผงตัวจริงหรือไม่ เพราะปัญหาคือการเช่าช่วงกันต่อ และไม่ใช่เฉพาะตลาดเล็ก ๆ แต่ตลาดใหญ่ ๆ ก็เห็นว่ามีการเช่าช่วงต่อกัน ซึ่งเราก็ต้องดำเนินการ

นายอนุชา กล่าวต่อว่า อีกประเด็นคือเรื่องการสัญจร ซึ่งวันนี้ตนและทีมงานพรรคประชาธิปัตย์จะไปสำรวจเส้นทางของเรือไฟฟ้าในคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งจะใช้ระบบ Feeder หรือส่วนต่อขยาย เพื่อจะนำไปเชื่อมกับคลองต่าง ๆ เช่น คลองลาดพร้าว หรือคลองภาษีเจริญ ที่จะนำเรือไฟฟ้าเข้ามา เพื่อให้คนสัญจรไปเชื่อมกับระบบขนส่งสาธารณะหลัก ทั้งรถเมล์หรือรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นบนดินและใต้ดิน ซึ่งจะทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังมีเสียงสะท้อนจากชุมชนที่ลงพื้นที่ก็อยากให้มีการประชาสัมพันธ์ แต่ละพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเอง ไม่ใช่ต่างคนต่างทำในลักษณะของเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน และเมื่อไปถึงจุดนั้นแล้วจุดต่อไปจะเดินทางไปที่ไหนต่อ มีอะไรอร่อย มีอะไรน่าไปสักการะ ไปเห็นอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ เพราะสัญลักษณ์ที่เป็นเมืองเก่าในกรุงเทพฯ ยังมีอีกหลายพื้นที่ ซึ่งถือจะเป็นไฮไลต์ และทั้งหมดนี้ กทม. สามารถทำเองได้ ไม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก
นอกจากนี้ การลงพื้นที่ในวันนี้ยังมีประชาชนหรือแฟนคลับยังเข้ามาพูดคุย สอบถาม และพร้อมสนับสนุนนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะ กทม. อย่างเดียว แต่รวมไปถึงการสนับสนุนระดับภาค
เมื่อถามว่า ภายหลังจับได้หมายเลข 5 และจากการลงพื้นที่ใน 2 วันที่ผ่านมากระแสดีขึ้นหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ถือว่าดี ตอนนี้ไม่ใช่ว่าทุกคนจำได้แต่หมายเลข แต่ยังจำชื่อได้แล้ว และอยากให้แต่ละพื้นที่จำชื่อผู้สมัคร สก. ของพรรคแต่ละเขตด้วย และนอกจากจำหมายเลข 5 ของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้แล้ว ต้องจำหมายเลขของผู้สมัคร สก. ด้วย จึงอยากจะฝากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ช่วยประชาสัมพันธ์ด้วย
ด้านนายอภิสิทธิ์ ระบุว่า จากที่ตนเองลงพื้นที่หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ตนเองก็ได้มีการพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดถึงการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่พ่อค้าแม่ค้าก็ได้มีการพูดถึงปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นหากจะแก้ไขปัญหาให้ถูกต้อง ก็จะต้องทำให้ราคาน้ำมันถูกลง ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างตรงจุด และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่รัฐบาลก็ยังคงยืนยันไม่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และจากที่เคยนำเงินโรงกลั่นมาอุดหนุน ปัจจุบันก็ไม่มีความคืบหน้าการลดค่าการกลั่นแล้ว รวมถึงยังไม่มีความชัดเจนถึงสูตรในการคำนวณราคาน้ำมัน ที่ปัจจุบันยังคงยึดกลไกตลาดสิงคโปร์อยู่ ดังนั้นสิ่งที่ง่ายที่สุดในการจะแก้ปัญหาเรื่องนี้คือ การเก็บ “ภาษีลาภลอย” จากโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอมาโดยตลอด
เมื่อถามถึงผลโพลของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งพบว่าแฟนคลับของพรรคประชาธิปัตย์จะหันไปเลือกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จะมีวิธีอย่างไรที่จะทำให้หันกลับมาเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามีเวลาในการนำเสนอ ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการรับรู้ของผู้สมัครต่าง ๆ คนจะรับรู้เรื่องของนายชัชชาติมากที่สุด แต่ก็เป็นปกติ และคิดว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะนำเสนอ ซึ่งเห็นว่าจะมีความแตกต่าง หากกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เช่น เรื่องกัญชา การที่จะเอาที่รกร้างว่างเปล่า คนที่จะใช้ในการหลีกเลี่ยงภาษีที่ดินมาทำประโยชน์ก็ดี หรือเรื่องการตรวจสอบการทุจริตที่เข้มข้นจะเป็นจุดต่างที่เราคิดว่าคนที่เคยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาสนใจแนวทางของเรา รวมไปถึงสิ่งที่นายอนุชาจะผลักดันต่อไป
ส่วนมีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริง ๆ คนที่ตัดสินใจแล้ว เราก็ทำให้เปลี่ยนใจได้ ไม่มีข้อห้าม เราเดินหน้าในเวลาที่เหลือ รวมถึงนายอนุชา ทีม สก. และพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะเดินหน้าเต็มที่













