‘ดร.เอ้’ น้ำตาคลอปราศรัย จ.ระยอง เห็นทะเล-ชายหาด บรรยากาศเปลี่ยนไป
อุตสาหกรรมไม่ใช่ของคนไทยแล้ว วัตถุดิบนำเข้าทั้งหมด ซ้ำร้ายไม่สร้างงานให้คนไทย ถาม จะยอมสูญเสียอธิปไตยโดยไม่รู้ตัวในบ้านตัวเองเช่นนี้หรือ ปลุกชาวระยองแสดงความเห็นผ่านการเลือกตั้ง
วันนี้ (30 ม.ค. 69) เวลา 18.00 น. ที่อนุสรณ์เรือหลวงประแส อ.แกลง จ.ระยอง นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยก้าวใหม่ เปิดเวทีปราศรัยในหัวข้อ “คืนสู่เหย้า ส่งคนบ้านเรา เป็นนายกฯ” โดยกล่าวย้อนความทรงจำในวัยเด็กว่า เคยเห็นน้ำทะเลใส ได้ปิ้งปลาที่ชายหาด ทุกอย่างสวยงามที่สุด แต่วันนี้ปลาแทบไม่มี ทะเล และชายหาดก็ไม่สวยเหมือนเดิม
ดร.เอ้ เล่าว่า เพื่อนที่เคยเรียนโรงเรียนระยองวิทยาคมด้วยกัน พาไปดูนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ แทบไม่เห็นภาษาไทย มีแต่ภาษาจีน และเพื่อนที่ทำอุตสาหกรรมโทรไปยังโรงงานที่เพิ่งเปิดใหม่ ได้รับคำตอบว่าไม่ซื้อของจากคนไทย วัตถุดิบมาจากประเทศจีนทั้งหมด รวมถึงแรงงานก็ไม่ใช่คนไทย ไม่ได้สร้างงาน สร้างอาชีพ หรือมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชาวระยองด้วยซ้ำ

“เราจะทนแบบนี้จริง ๆ หรือ เราจะสูญเสียอธิปไตยไทยโดยไม่รู้ตัว ในบ้านของเราแบบนี้หรือ” นายสุชัชวีร์ กล่าว
นายสุชัชวีร์ ย้ำว่า การเข้ามาทำการเมืองของตนเองไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง การเมืองเต็มไปด้วยการใส่ร้ายป้ายสี ชี้หน้ากล่าวหากัน ความรุนแรง และความเกลียดชังจนเกินเหตุ หากใช้เหตุผลนี้หลายคนคงอยากออกจากการเมือง แต่ตนเองเลือกใช้ “ใจ” เพราะได้รับทุนจากประชาชนไปเรียนต่างประเทศ จึงกลับมาชดใช้ด้วยการเป็นอาจารย์ แม้จะหมดภาระการใช้ทุนแล้ว แต่มองว่ายังไม่พอ และยังมีทั้งความรู้ ความสามารถ และหัวใจที่แข็งแรง จึงตั้งพรรคไทยก้าวใหม่ โดยชูเรื่องการศึกษา ซึ่งหลายคนมองว่าขายไม่ได้ ทั้งที่เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุด
นายสุชัชวีร์ ยังกล่าวถึงปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียงว่า เกิดจากความจน การรับเงินซื้อเสียงนอกจากไม่ดีแล้ว ยังสะท้อนว่าคนไทยจนจริง เพราะขาดทักษะ ทำเรื่องเดิม ๆ การเกษตรหลายอย่างแข่งขันไม่ได้ ประเทศที่จะพัฒนาได้ต้องเริ่มจากการศึกษา เพราะการศึกษาคือปากท้องและเศรษฐกิจที่แท้จริง พร้อมเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่ ความคิดใหม่ เข้ามาทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ และขอทุกคะแนนเสียงจากบ้านเกิด จ.ระยอง โดยขอบคุณทุกกำลังใจ และทุกคนที่สนับสนุน
“วันนี้ผมเจอรุ่นน้องผม เขามาไกลมาก มาให้กำลังใจผม ผมขอบคุณมาก และขอบคุณประชาชนที่มาร่วมฟังปราศรัย ไม่ว่ามาจากภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือ หรือภาคกลาง ผมจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จะไม่ให้คนที่เขารักผม ที่อยากจะมาฟังการปราศรัยของผมต้องคอยเก้อ ทุกคนจะเห็นถึงความมุ่งมั่นของผม ที่จะสะท้อนพลังบริสุทธิ์ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันครับ” นายสุชัชวีร์ กล่าวทิ้งท้าย
นายสุชัชวีร์ กล่าวทิ้งท้าย โดยตั้งคำถามถึงสังคมว่า เหตุใดจึงยังมีความเหลื่อมล้ำ ความยากจน การซื้อสิทธิ์ขายเสียง และเหตุใดเด็กไทยจึงแพ้ประเทศอื่น ทั้งที่มีครูดีและผู้ปกครองที่เสียสละ พร้อมชี้ว่า คำตอบคือ “ผู้นำ” หากมีผู้นำที่เป็นมืออาชีพ ไม่แสวงหาผลประโยชน์ ไม่สร้างความขัดแย้ง และไม่โทษใคร ปัญหาเหล่านี้จะคลี่คลายได้













