POLITICS

‘ณัฐพงษ์’ เปิดเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ชี้ครบรอบ 100 วัน

เปิด ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ กินรวบประเทศ วอน นักการเมืองจับมือทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้ปฏิเสธไม่ได้ จี้ กกต. ส่งศาลฎีกา ปม โกง สว. ก่อน 14 ก.ย.

วันนี้ (29 ส.ค. 69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำ​ฝ่ายค้าน​ใน​สภาผู้แทนราษฎร​ กล่าวเปิด เวทีผู้นำฝ่ายค้าน ในหัวข้อ”การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น:ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ”

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อาจมีความฉุกละหุก​เล็กน้อย ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนสถานที่ สิ่งที่สำคัญวันนี้ตามหัวข้อเลย วิกฤตศรัทธาต่อการเมืองไทยของพี่น้องประชาชน ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับการถ่วงดุลตรวจสอบ หากพูดกันชัดๆ คือ การตรวจสอบการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า จริง ๆ แล้วไม่ได้ตั้งใจ จัดเวทีนี้ให้ตรงกับครบรอบ 100 วัน กับการที่ตนเองได้ออกมาชี้ให้สังคมเห็นถึงระบอบสีน้ำเงิน วันนี้ครบ 100 วันพอดี ที่ตนเองออกมาโพสต์สื่อสาร อยากจะบอกประชาชน ว่า คำว่า ระบอบสีน้ำเงิน ที่ตัวตนเองออกมาสื่อสาร คำนิยามที่สั้นที่สุดคือ ระบอบสีน้ำเงิน ก็เหมือนตัวระบอบอำนาจนิยม ที่ไม่ได้มีความเป็นประชาธิปไตย เพราะระบอบประชาธิปไตย คือระบอบที่ต้องการการถ่วงดุลตรวจสอบ ยึดโยงกับประชาชนและไม่ได้เป็นอิสระจากประชาชน แต่สิ่งที่เห็นในปัจจุบัน คือ องค์กรอิสระ มาจากการแต่งตั้งของสมาชิกวุฒิสภา ที่อาจจะถูกจัดตั้งหรือโกงเข้ามา ซึ่งมีความยึดโยงกับพรรคการเมือง ที่เป็นแกนนำรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ ทำให้เห็นตั้งแต่ตอนนั้น ว่าระบบสีน้ำเงินกำลังกินรวบทั่วประเทศอยู่ และการแสดงความคิดเห็นของพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ในเวทีผู้นำฝ่ายค้านที่ผ่านมา มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ชูขึ้นมา ทำให้เห็นภาพชักว่า การโกง สว.คือจุดเริ่มต้นของการกินทั่วประเทศ

ดังนั้น วันนี้ตนเองคิดว่า 1 หมุดหมายที่สำคัญ มีเวทีอดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร​ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลในปัจจุบัน ตนเองคิดว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะช่วยกันส่งเสียง ว่า อยากได้ระบบการเมือง ที่มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ระบบการเมืองแบบอำนาจนิยม ที่มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น กินทั่วประเทศอยู่ อันนี้เป็นสิ่งน่าจะมาผลักดันร่วมกัน

นายณัฐพงษ์​ กล่าวด้วยว่า อยากเชิญชวนให้ทุกคนคิดเพิ่มเติมอีก นักวิเคราะห์หลาย ๆ คนบอกว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ จะเอาผิดกับคนที่โกง สว.ยากเหลือเกิน แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะคนที่เลือก กกต.ชุดใหญ่ 4 ใน 7 คน ถูกเลือกมาจากสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน และหลายๆคนก็อยู่ในสำนวนที่จะถูกสั่งฟ้อง

ดังนั้น จะคาดหวังได้อย่างไร กับการใช้อำนาจ บอกว่ามันมีมูลนะ บอกได้ว่ามีการโกง สว. นะ จากคนที่ถูกเลือกเข้ามา เพราะมันมีผลประโยชน์ทับซ้อนตรง ๆ หลาย ๆ คน จึงบอกว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่ตนอยากให้ทุกคนมองแบบนี้ เชื่อว่าทุกนักการเมืองหลาย ๆ คนรวมถึงตัวผมเองด้วย เราเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อ ทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นสิ่งที่พวกเขาปฏิเสธไม่ได้ การทำงานการเมืองคือการที่ต้องผลักดันสังคมไปข้างหน้า ถ้าพูดอยู่แค่ในกรอบของกฎหมาย ความคิดเดิม ๆ เป็นไปไม่ได้สุดท้ายสังคมก็ไม่ได้เดินหน้าไปไหน แต่ตนเชื่อว่าการที่เราจัดเวทีในลักษณะนี้ ทุกวัน เรากำลังทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เขาปฏิเสธไม่ได้ มากขึ้นทุกวัน

นายณัฐพงษ์ ยังย้ำว่าหน้าที่ของ กกต.ไม่ใช่เรื่องของการชี้ถูกชี้ผิด แต่กฎหมายเขียนไว้ค่อนข้างชัด ว่า แค่ควรเชื่อได้ว่า มีการโกง สว.เกิดขึ้น หน้าที่ของ กกต คือการส่งสำนวนต่อไปให้ศาลฎีกา ดังนั้น ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ อย่างน้อยๆ กกต.ก็เลื่อนออกไป วันที่ 14 กันยายน​ ก็จะได้ใช้โอกาสในเวทีนี้ ทำให้สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ ให้เขาปฏิเสธไม่ได้มากยิ่งขึ้น

Related Posts

Send this to a friend