POLITICS

‘ทวี’ เตือนสติรัฐบาลทำแลนด์บริดจ์ต้องดูรอบด้าน หวั่นเอื้อกลุ่มทุนผูกขาด

‘ทวี’ เตือนสติรัฐบาลทำแลนด์บริดจ์ต้องดูรอบด้าน หวั่นเอื้อกลุ่มทุนผูกขาด ส่อซ้ำรอยไฮสปีดเทรน ยัน 3 จชต. ไม่ได้ประโยชน์เลย

วันนี้ (29 พ.ค. 69) ในการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม ได้ให้ผู้เสนอญัตติด่วนสรุปเนื้อหาของญัตติที่ขอให้สภาพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาปัญหาการดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายว่า จากการอภิปรายที่ผ่านมาเราจะเห็นว่ามีการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เป็นการศึกษาจากคนละขั้วความเห็น กลุ่มที่เป็นนักวิชาการหรืออาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างก็ไม่เห็นด้วย แต่กระทรวงคมนาคมกลับเห็นด้วยกับผลการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้รัฐบาลนำข้อมูลและข้อเสนอที่ฝ่ายสำนักวิชาการของรัฐสภาศึกษามาเตือนสติต่อคณะกรรมการที่นายกฯ ลงนามแต่งตั้งเพื่อศึกษาโครงการนี้ โดยข้อเสนอแนะมีอยู่ 3 ข้อ ได้แก่

1.รัฐบาลควรดำเนินการภายใต้แนวคิด “คิดช้า ทำเร็ว” ไม่ควรเร่งรัดผลักดันโครงการเพื่อให้เกิดการลงทุน ไม่อย่างนั้นคนที่จะได้ทุนจะเป็นกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่งที่เคยได้สัมปทานผูกขาดจากโครงการก่อสร้างของรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็ยังอยู่ในรัฐบาลอยู่ ดังนั้น ควรศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

2.รัฐบาลควรนำผลการศึกษามาสรุป พิจารณา และเปรียบเทียบกับข้อมูลอื่น ๆ เพื่อให้เกิดความแตกต่างกันที่สุด และต้องศึกษาด้วยข้อมูลที่ถูกต้องก่อนจะดำเนินโครงการ

3.ไม่ควรกำหนดโครงการแลนด์บริดจ์เป็นเป้าหมายหลักตั้งแต่ต้น แต่ควรวางตำแหน่งยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในบริบทเศรษฐกิจโลก ว่าไทยควรเชื่อมโยงกับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างไร ไม่ใช่เอาโครงการก่อสร้างมานำหน้า

พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการพัฒนา แต่อยากให้เปลี่ยนมุมมองต่อโครงการแลนด์บริดจ์จากทางผ่านของเรือเป็นอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และคำนึงถึงการสร้างระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมผสมผสานกับท่าเรือระนอง-ชุมพร รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมเชื่อมโยงกับประเทศจีน-ลาว ทั้งนี้ มีสิ่งหนึ่งที่ตนเป็นห่วงคือ คณะกรรมการที่นายกฯ แต่งตั้งให้ศึกษาโครงการนี้เต็มไปด้วยข้าราชการและบุคคลที่สามารถสั่งการได้ โดยมีตำแหน่งราชการทั้งหมด ทั้งที่โครงการนี้เป็นโครงการมหาชน ใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้น คณะกรรมการควรจะต้องฟังความเห็นจากประชาชน

พ.ต.อ. ทวี ยังยกตัวอย่างถึงบทเรียนความผิดพลาดของรัฐบาลในอดีตที่มอบให้ข้าราชการและกระทรวงคมนาคมรับผิดชอบในโครงการขนาดใหญ่ คือกรณีรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน จำนวนเงิน 170,000 กว่าล้านบาท มีทั้งหมด 14 สัญญา แต่ปรากฏว่าในระหว่างการก่อสร้างกลับไปออกแบบทับซ้อนกับโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน จนทำให้ทุกวันนี้ยังสร้างไม่ได้ หรือแม้แต่การก่อสร้างในช่วงจังหวัดอยุธยา องค์การยูเนสโกก็ได้ทำหนังสือว่าเป็นการสร้างทับบนพื้นที่มรดกโลก ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการเชื่อความคิดของคนที่รับคำสั่งจากรัฐบาล

พ.ต.อ. ทวี กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนพยายามที่จะคิดว่าคนในสามจังหวัดชายแดนใต้จะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้บ้างหรือไม่ แต่พบว่าไม่สักนิดเลย เพราะเราไม่ได้มีการตั้งเป้าวางยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน และเชื่อว่าวันนี้ประชาชนตื่นรู้แล้ว และคงไม่ให้ผู้มีอำนาจเอาอิทธิพลและผลประโยชน์มาใช้ในการศึกษาโครงการนี้

Related Posts

Send this to a friend