นายกฯ เลี่ยงตอบขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียวอีกรอบหรือไม่ บอกเป็นตามกลไกตลาด
ยันรัฐขึ้นราคาไม่ได้ค้ากำไรให้ผู้ประกอบการ ย้ำน้ำมันไม่หาย ตัวเลขรับ-ส่งใกล้เคียงกัน
วันนี้ (28 มี.ค.69) เวลา 12.10 น.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการร่วมงาน Meet the Press “1 เดือนวิกฤตโลก: แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ว่ารัฐบาลมั่นใจว่าปริมาณน้ำมันที่ให้บริการประชาชนในประเทศมีเพียงพอ นี่คือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าแถลงแล้วจะรู้สึกสบายใจขึ้น ซึ่งเราต้องใช้ตัวเลขในการอธิบาย รวมถึงแดชบอร์ดเพื่อให้ทราบว่าน้ำมันออกจากโรงกลั่นไปคลังปริมาณเท่าไหร่ และออกจากที่คลังไปจ๊อบเบอร์ (Jobber) เท่าไหร่ ไปที่ปั๊มน้ำมันทั่วประเทศเท่าไหร่ ทำให้เกิดความมั่นใจว่าไม่มีใครกักตุนแน่นอน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลสามารถขอความร่วมมือเอกชนไม่ให้ขึ้นราคาน้ำมันตามกลไกตลาดได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น้ำมันสำรองเก็บไว้ในกรณีที่ไม่มีน้ำมันดิบเข้ามา แต่ไม่ได้หมายความว่าอยู่ดี ๆ จะเอามาใช้ทุกสถานการณ์ พร้อมย้ำว่าราคาเป็นไปตามกลไก ถ้าราคาต่ำมากก็จะเอื้อให้นำออกไปขายต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่การฉ้อโกง แต่ก่อนหน้านี้คนไทยเติมน้ำมันเพื่อไปส่งสินค้าที่ประเทศมาเลเซีย จากมาเลเซียและเติมน้ำมันเต็มถังจากมาเลเซียกลับมา แต่ตอนนี้กลับหัวกลับหางกัน เพราะราคาในประเทศไทยถูกกว่ามาเลเซีย รถขนส่งจากมาเลเซียก็มาเติมน้ำมันจากประเทศไทยกลับไป ส่วนนี้ทำให้คนไทยเข้าถึงน้ำมันน้อยลง ทำให้ต้องมีการปรับราคาให้ใกล้เคียงกัน
ส่วนจะมีการขึ้นราคาน้ำมันสูงถึงครั้งละ 6 บาทต่อลิตรอีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังคงต้องอ้างอิงกับราคาตลาดโลก และสิ่งที่รัฐบาลได้ทำไปไม่ได้ขึ้นราคาเพื่อให้ผู้ประกอบการได้กำไรมากขึ้น ซึ่งได้ใช้กลไกของกองทุนน้ำมัน แต่จะทำแบบนี้ในระยะยาวไม่ได้ จึงต้องทำให้ราคาน้ำมันเกิดความสมดุล ส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด และทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันประหยัดน้ำมัน อีกทั้งกองทุนน้ำมันจะไม่ต้องรับภาระหนักในการอุ้มราคาน้ำมัน จะนำเงินส่วนนี้ช่วยเหลือประชาชนในช่องทางอื่น และเพิ่มกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะตรึงการพยุงราคาน้ำมันไว้ที่ 16 บาทต่อลิตรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลลดจาก 24 บาทต่อลิตรเหลือ 16 บาท ต้องไปดูว่า 1 วันใช้น้ำมันราว 60 ล้านลิตร ในช่วงนี้ที่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน ทำให้เงินที่ได้รับเข้าไปอุ้มกองทุนฯ ราว 1,500 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ในการช่วยประชาชนกลุ่มอื่น เช่น ขนส่ง ประมง เกษตรกร กลุ่มเปราะบาง
ส่วนข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าปริมาณน้ำมันจะต้องเข้าสู่ระบบของ 1 หมื่นกว่าสถานีบริการน้ำมันภายในสิ้นสัปดาห์นี้ สถานการณ์ในขณะนี้เป็นอย่างไรนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า วานนี้ได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด โดยได้รับรายงานสถานการณ์ขณะนี้ว่าดีขึ้น มีน้ำมันให้บริการกับประชาชน และได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดูแลสถานการณ์สถานีบริการน้ำมันในจังหวัด
เมื่อถามย้ำว่าในบางจังหวัดยังคงมีปัญหาอยู่ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า โรงกลั่นผลิตน้ำมันออกจากคลังไปเท่าไหร่ก็ได้รับแจ้งจากผู้รับน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งตัวเลขที่ทำกลับมามีความใกล้เคียงกันแล้ว แต่จะสูญเสียบางส่วนระหว่างการเดินทาง ฉะนั้นน้ำมันไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ตอบคำถามที่ว่าจะเกิดสถานการณ์ต่อคิวเติมน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยหรือไม่












