POLITICS

8 พรรคการเมือง ตกปากรับคำสานต่อนโยบายสิทธิมนุษยชน ‘มุนินทร์’ ชี้รัฐธรรมนูญสำคัญ หากไม่ดีประชาชนไร้กลไกคุ้มครอง

ย้ำ ‘ปชน.’ เดินหน้านิรโทษกรรมรวม ม.112 ด้าน ‘สาทิตย์’ ชู ‘Super Act’ แก้กฎหมายเก่า ‘เพื่อไทย’ ลุยต่อที่ดินทำกิน

วันนี้ (28 ม.ค. 69) ในงานดีเบตและแถลงนโยบาย “เลือกตั้ง 69: วาทะผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน (Human Rights Agenda)” รอบที่ 2 เกี่ยวกับนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของแต่ละพรรค โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองจากพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลวัต พรรคไทยสร้างไทย และพรรคเศรษฐกิจ ดำเนินรายการโดย น.ส. ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าว The Reporters

รศ. ดร. มุนินทร์ พงศาปาน ตัวแทนจากพรรคประชาชน เสนอว่า สำหรับพรรคประชาชน เรื่องสิทธิมนุษยชนถือเป็นสโลแกนของพรรคอยู่แล้วคือ “ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน” โดยเฉพาะคำว่าไทยเท่ากันถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เป็นการเน้นย้ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ทุกคนจะได้รับการเคารพและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างสมศักดิ์ศรีตั้งแต่เกิดจนตาย

เรื่องสำคัญเรื่องแรกคือการจัดทำรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนทั้งเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐาน รวมถึงองค์กรอิสระที่อยู่ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายของสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการปกติ

รศ. ดร. มุนินทร์ ยกตัวอย่างกรณีที่คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) มีมติไม่ให้ผู้พิการมีคุณสมบัติในการสอบเป็นผู้พิพากษา และสุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีอำนาจทำได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วศาลรัฐธรรมนูญควรจะคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการปกติ หากรัฐธรรมนูญไม่ดีและไม่มีกลไกคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่มีประสิทธิภาพ ประเทศก็ไม่มีทางคุ้มครองสิทธิมนุษยชนได้อย่างเต็มที่

รศ. ดร. มุนินทร์ กล่าวอีกว่า กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทยถือว่าป่วยหนักมาก จะต้องเข้าไปจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ กระบวนการสอบสวนที่สนับสนุนให้อัยการเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ รวมถึงการขอออกหมายจับหรือหมายค้นต่าง ๆ อัยการสามารถเข้าไปช่วยกรองได้เพื่อให้ทุกคนได้รับการพิจารณาที่โปร่งใส รวมถึงการส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการจากทนายความที่มีคุณภาพ และการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในชั้นศาล ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายบริหารเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว สะดวก และโปร่งใส

นอกจากนี้ เรื่องสำคัญที่อยากทำคือนิรโทษกรรมทางการเมือง รวมถึงคดี ม.112 ด้วยที่เราจะทำต่อเนื่องไป

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อุดมการณ์ของพรรคคือการจำกัดอำนาจของรัฐและเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนหรือประชาชน เป็นการรองรับสิทธิของพวกเขาให้มากขึ้น หากเราเป็นรัฐบาล เราจะประกาศเป็นรัฐผู้ผลักดัน เปิดทาง ชี้ทาง และไม่ขัดขวาง ซึ่งเราจะออกกฎหมายฉบับหนึ่งที่เป็นกฎหมายแม่บทคือ “Super Act” ที่สามารถนำไปแก้ไขกฎหมายที่ล้าหลังได้ทุกฉบับ

นอกจากนี้ หลายนโยบายเราไม่ได้ประกาศชัดว่าเป็นสิทธิมนุษยชน แต่เราก็ให้เป็นสิทธิของประชาชนที่ควรจะได้รับจากรัฐ เช่น สิทธิในที่อยู่อาศัย อากาศสะอาด รวมถึงเรื่องใหญ่ที่เราทำมาแล้วคือสิทธิในที่ดินทำกิน พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มองว่าที่ดินจะต้องเป็นสินค้าหรือจะต้องแข่งขันกันในการซื้อขาย แต่ควรเป็นทรัพยากรที่มีการกระจายอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้คนที่ถูกกดทับอยู่เบื้องล่างหรือมีความเหลื่อมล้ำได้มีสิทธิในที่ดินทำกินด้วย ซึ่งนโยบายโฉนดชุมชนถือเป็นอีกหนึ่งคำตอบ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์กลับมา เราจะยกระดับให้เป็นพระราชบัญญัติโฉนดชุมชนและธนาคารที่ดิน

นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า เรื่องใหญ่ที่เราพบคือผลกระทบจากโครงการใหญ่ของรัฐที่มีต่อชุมชนและชาวบ้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) พรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนกฎหมายว่าด้วยการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน (Human Rights Due Diligence) ซึ่งจะเป็นประเด็นใหญ่ที่พรรคต้องทำหากได้เป็นรัฐบาล

นายธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยย้ำจุดยืนที่จะทำให้สิทธิมนุษยชนจับต้องได้ เป็นการพัฒนาโครงข่ายระบบต่าง ๆ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐ ในมิติภาพใหญ่คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรามุ่งเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการเลือกองค์กรอิสระต่าง ๆ เข้าไปตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเรายังยืนยันจุดยืนที่จะผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาดต่อไป

นอกจากนี้ เราตอกย้ำว่าที่ผ่านมาเราเดินหน้าจัดหาที่ดินทำกินให้กับประชาชนทั่วประเทศและยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงการรักษาสิทธิการแสดงออกในที่สาธารณะ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีแนวคิดปรับปรุงกฎหมายที่พันธนาการต่าง ๆ ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐมากเกินไปจนกระทบสิทธิของประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นสะท้อนปัญหาต่อรัฐบาล ที่ผ่านมาเราเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่ เพราะหน้าที่ของเราคือการแก้ปัญหาของประชาชน

นายธิติวัฐ กล่าวอีกว่า เรายังดูแลผู้พิการและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญมาก มีแนวทางผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อเปิดพื้นที่และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน จัดหาโอกาสให้พวกเขาเข้าถึงบริการของภาครัฐ ข้อมูลข่าวสาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เราเชื่อมั่นว่าทุกคนเกิดมาบนต้นทุนที่แตกต่างกัน แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่จะจัดหาโอกาสให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การประกอบวิชาชีพ เพื่อให้ทุกคนอยู่ได้ด้วยความมั่นใจว่ารัฐบาลดูแลพ่อแม่พี่น้องประชาชนอยู่

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตัวแทนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า พรรคทำ 2 เรื่อง คือเรื่องการตั้งระบบศาลที่ดินในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท และเรื่องการจัดการกากอุตสาหกรรม โดยตั้งกองทุนจัดการกากและเขียนกฎหมายจัดการปัญหาเหล่านี้เข้าไปใช้ในกระทรวง หากกลับไปได้จะผลักดันกฎหมายฉบับนี้ ไม่ต้องให้ชาวบ้านไปชนะคดีเอง แต่เราจะไปสู้ให้และไล่บี้ต่อเอง ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 ไม่โกหก

นายพริษฐ์ รัตนกุลเสรีเริงฤทธิ์ ตัวแทนพรรคเศรษฐกิจ กล่าวว่า คนอาจจะจำภาพพรรคเศรษฐกิจด้านความมั่นคง แต่เราตั้งใจที่จะผลักดันวาระด้านสิทธิมนุษยชน เรามีปัญหาด้าน SLAPP หรือการฟ้องปิดปาก เรามองทุกมิติ เรามีระบบคุ้มครองพยาน ระบบปกป้องผู้แจ้งเบาะแส เราจะรวมทุกอย่างนี้ให้เหมือนต่างประเทศ โดยจัดทำ พ.ร.บ. ปกป้องผู้เปิดเผยความจริง (Whistleblower Protection Act) เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ คุ้มครองทั้งด้านกฎหมายและการปกป้องความรุนแรงทางกายภาพ

นายกัณวีร์ สืบแสง ตัวแทนพรรคพลวัต กล่าวว่า ปกติแล้วพรรคการเมืองจะไม่เอาเรื่องสิทธิมนุษยชนมาเป็นเรือธงเพราะ “ขายลำบาก” แต่พรรคเราแตกต่าง เพราะ 1 ในคำขวัญของเราคือ “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นี่คือกระดูกสันหลังของพรรคพลวัต ทุกนโยบายของพรรคล้วนเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน เราต้องทำให้คนไทยไม่ต้องนั่งรอร้องขอสิทธิ โดยยึดหลัก 3 ประการคือ:

ทุกคนต้องเข้าถึงสิทธิอย่างมีความหมาย

ทุกคนต้องมีความเท่าเทียมในการเข้าถึงสิทธิ

ต้องมีตาข่ายรองรับในการเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ

ส่วน 6 เสาหลักนโยบาย ได้แก่ 1. การอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี 2. สิทธิในการใช้ชีวิตในอนาคต 3. สิทธิแรงงาน 4. สิทธิในการต่อสู้อย่างเป็นธรรม 5. สิทธิผู้สูงอายุ และ 6. สิทธิของคนไทย ทั้งหมดจะถูกตีออกมาเป็นนโยบายเศรษฐกิจและอิสรภาพในการทำงาน

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ตัวแทนพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ประการแรก พรรคประชาชาติเตรียมจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน แบ่งปันอำนาจ ทรัพยากร และความอยู่ดีกินดี ไม่ให้มีการผูกขาด

ประการที่สอง เรื่องสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในรัฐธรรมนูญปัจจุบันถูกด้อยค่าจนเหมือนเป็นโฆษกรัฐบาล แทนที่จะปกป้องประชาชน ข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่มีเลย ไม่มีศาลสิทธิมนุษยชน แสดงว่าเราทำเป็นพิธีกรรม เจตนาผู้ร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เข้าใจ ให้สิทธิมนุษยชนไปอยู่ในอุ้งมือเจ้าหน้าที่รัฐ กฎหมายรัฐธรรมนูญจะต้องศักดิ์สิทธิ์และคุ้มครองประชาชน นี่เป็นวาระที่จะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นอกจากนี้ เราไม่ได้ดูเรื่องสิทธิมนุษยชนแค่กระบวนการยุติธรรมเท่านั้น สิ่งหนึ่งคงต้องไปยกเลิกกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ โดยจะออก พ.ร.ก. เรื่องส่งเสริมสันติภาพ สันติสุข หรือคุณภาพชีวิตเข้ามาแทน

พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร ตัวแทนพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า พรรคมีแนวนโยบายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม 5 ข้อ:

ปรับแนวคิดความมั่นคงของรัฐเป็นความมั่นคงของประชาชน ทุกนโยบายความมั่นคงต้องตั้งอยู่บนการคุ้มครองศักดิ์ศรีขั้นพื้นฐานของประชาชน

ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็น คุ้มครองสิทธิผู้ถูกกล่าวหาและผู้ต้องหาอย่างแท้จริง

คุ้มครองแรงงานและกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นระบบ ให้เข้าถึงบริการของรัฐและการคุ้มครองทางสังคม

ตั้งกลไกตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เป็นอิสระ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม

ใช้การเมืองอย่างสันติ เป็นสะพานเชื่อมความเห็นต่าง ลดการเผชิญหน้า ใช้การเจรจา รับฟัง และเคารพความหลากหลายทางความคิด

Related Posts

Send this to a friend