‘อนุทิน’ ย้ำ ไม่ติดหนี้บุญคุณพรรคประชาชน จบที่ยุบสภาให้แล้ว ลั่น ที่มายืนตรงนี้ได้ เพราะ ปชช.เลือก
‘อนุทิน’ ยัน ‘ภูมิใจไทย’ ไม่ใช่เอเจนท์ของระบอบสีน้ำเงิน แต่เป็นผู้สร้างจิตสำนึกให้คนไทยรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ย้อน ปชน. ขอบคุณที่โหวตนายกฯ ให้ แต่ไม่ได้ติดหนี้บุญคุณ จบไปที่ยุบสภาให้แล้ว ลั่น ที่มายืนตรงนี้ได้ เพราะประชาชนเลือก เมื่อวันที่ 8 ก.พ.
วันนี้ (27 พ.ค. 69) เวลา 16.25 น. ที่อิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวหาพรรคภูมิใจไทย เป็นเอเจนท์ระบอบสีน้ำเงิน ว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นเอเจนท์ แต่เป็น Manufacturer และสร้างจิตสำนึกให้คนไทยรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ระบอบสีน้ำเงิน หากจะกล่าวถึงแล้ว ไม่ใช่เฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องรวมถึงความเป็นประเทศ หากเรามีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี และเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าใครจะมาบัญญัติศัพท์นี้ ก็คือประเทศไทย ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่เอเจนท์ ไม่ต้องตั้งตัวแทนจำหน่าย
เมื่อถามว่ามองท่าทีของนายณัฐพงษ์ที่ออกมาพูดเรื่องนี้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่เป็นไรหรอก เอาที่สบายใจ”
ส่วนกรณีที่ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคประชาชน ออกมาระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งใหม่ ไม่ควรมีองคมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในบริบทของพรรคภูมิใจไทยเป็นที่เรียบร้อย ติดหนี้บุญคุณประชาชนเท่านั้น
“ขอบคุณ ก็ขอบคุณ แต่ไม่ได้หมายความว่าติดหนี้บุญคุณ ชัดไหม และก็แล้วกันไปหมดแล้ว ถ้าจะบอกว่าให้ผมมาเป็นนายกฯ สมัยแรก ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ก็ได้ร้องขอให้นายกรัฐมนตรี ยุบสภา ท่ามกลางการอภิปรายในรัฐสภา ผมก็ยุบให้แล้ว จบแล้วตรงนั้น ที่ผมมาอยู่ตรงนี้ ณ วันนี้ ผมมาจากประชาชน ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับการลงคะแนนมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง จัดตั้งรัฐบาลขึ้นมา ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ก็ไม่มี สส. ของพรรคประชาชนมายกมือสนับสนุน เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้ติดหนี้บุญคุณอะไรตรงนั้น” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่า การเดินเกมครั้งนี้ของพรรคประชาชนถือว่าจะทำให้บ้านเมืองเกิดความขัดแย้งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “พอแล้ว ๆ”
เมื่อถามว่า มองกรณีนายณัฐพงษ์ไม่ยอมขอโทษตามข้อเรียกร้องของ 89 กลุ่ม ส.ว. ที่กล่าวหาว่า ส.ว. อยู่ในระบอบสีน้ำเงิน นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้เรียกร้องให้เขามาขอโทษตน เป็นเรื่องระหว่างเขากับคู่กรณีของเขา ซึ่งตนไม่ใช่คู่กรณี












