‘อรรถวิชช์’ ชี้ ‘ไอ้โม่ง’ คือโรงกลั่น โยนให้ไปถามว่าน้ำมันหน้าปั๊มไปไหน
‘อรรถวิชช์’ ชี้ ‘ไอ้โม่ง’ คือโรงกลั่น โยนให้ไปถามว่าน้ำมันหน้าปั๊มไปไหน ยกปัญหากลไก 2 ราคา ค้าปลีกลดลง – ค้าส่งแพงขึ้น ทำให้หน้าปั๊มขาดแคลน แนะนายกฯ ใช้ พ.ร.ก. ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน ทุบโรงกลั่นตั้งราคาตายตัว
วันนี้ (25 มี.ค. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ อภิปรายโดยระบุว่า วิกฤตขาดแคลนน้ำมันจริง ๆ ยังไม่มาถึง แต่จะตามมาจริงในอีก 1 เดือนข้างหน้า หลังช่วงสงกรานต์ เปรียบเหมือนการดูดหลอดกาแฟ ช่วงลมยังมาไม่ถึง ปริมาณตอนนี้ที่รัฐบาลตรวจสอบจะพบว่า น้ำมันในประเทศยังมี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือหน้าปั๊มไม่มี วิกฤตยังไม่มา ต้องบริหารดี ๆ
“ไม่ต้องไปตามหาไอ้โม่งที่ไหนหรอกครับ ไอ้โม่งคือโรงกลั่นครับ ประชาชนจะเก็บภาชนะได้หรือครับ อย่างเก่งมีถัง 200 ลิตร ถัง 30 ลิตร ต้องถามว่าโรงกลั่น 6 โรง และเครือข่ายของเขา ว่าน้ำมันไปไหน” นายอรรถวิชช์ กล่าว
นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อครั้งยังอยู่กระทรวงพลังงาน เมื่อปี 2568 น้ำมันปกติของประเทศไทย กลั่นวันละ 1 ล้านบาร์เรล 1 บาร์เรลเท่ากับ 159 ลิตร กล่าวคือในปี 2568 ที่ผ่านมา ไทยผลิตน้ำมันอย่างน้อย 159 ล้านลิตรต่อวัน ถือว่าเพียงพอ แต่เหตุใดหน้าปั๊มจึงไม่พอ เพราะสงครามเกิดเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ ราคาน้ำมันสำเร็จรูปกระชากขึ้นเมื่อต้นเดือนมีนาคม และเกิดอาการ 2 ราคา
นายอรรถวิชช์ ระบุว่า ราคาค้าปลีก ไม่ถึง 30 บาทหน้าปั๊ม แต่ราคาค้าส่งไปถึง 50 บาท โรงกลั่นย่อมต้องขายให้ค้าส่งเพราะขายได้ราคาแพงกว่า เป็นเหตุให้ค้าปลีกขาดแคลนที่หน้าปั๊ม โดยเฉพาะปั๊มที่เป็นระบบแฟรนไชส์จะถูกตัดโควตา เพราะโรงกลั่นและคลังน้ำมันนำไปขายค้าส่ง
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลประกาศอุ้มราคาชดเชย และเปลี่ยนราคาเรื่อย ๆ โรงกลั่นจึงรอไปขายเมื่อราคาสูง แล้วจะแก้ไขอย่างไร ตอนนี้มองว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาถูกทางแล้ว คือใช้กฎหมาย พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ. 2516 เพื่อห้ามส่งออก แต่ยังไม่ได้ใช้กฎหมายนี้ตรึงราคาโดยไม่ชดเชย ซึ่งรัฐบาลควรใช้กฎหมายควรทุบโรงกลั่น โดยประกาศให้เป็นราคาเดียว หรือใช้คณะกรรมการกลางของกระทรวงพาณิชย์ให้กำหนดราคา
“ท่านไปบอกโรงกลั่นนะครับ ว่าโรงกลั่นไม่ใช่ร้านทอง ทองซื้อมาเมื่อวาน 5 หมื่น วันรุ่งขึ้นไปขาย 8 หมื่น ท่านจะไปบังคับให้เขาขาย 5 หมื่นไม่ได้ เพราะรัฐไม่เคยมีกลไกอุ้มความเจ๊งของร้านทอง แต่ในกรณีโรงกลั่น ก็คุณซื้อมา 5 หมื่น วันนี้ขึ้นไป 8 หมื่น รัฐจะบังคับให้คุณขาย 5 หมื่น คุณต้องขาย เพราะเรามีกลไกกองทุนน้ำมันอุ้มการขาดทุนของโรงกลั่นอยู่” นายอรรถวิชช์ กล่าว
นายอรรถวิชช์ ระบุต่อว่า รัฐบาลต้องคิดใหม่ ใช้ พ.ร.ก. ปี 2516 กำหนดราคาตายตัว เพราะเขาใช้ต้นทุนเก่าเมื่อเดือนที่แล้ว มีเพียงราคาสมมติที่เพิ่มสูงขึ้น หากนายกรัฐมนตรีสั่งให้เป็นราคาเดียวได้ ไม่เกิดกลไก 2 ราคา และหากโรงกลั่นจะขอชดเชยการขาดทุน ให้ทำเรื่องขึ้นมาขอคณะกรรมการกองทุน ไม่ใช่การชดเชยอัตโนมัติอย่างที่เป็นทุกวันนี้ เพราะโรงกลั่นย่อมต้องรู้ต้นทุนและกำไรขาดทุนอยู่แล้ว
“ขีดเส้นใต้ 500 ครั้ง กองทุนน้ำมันไม่ได้มีไว้ชดเชยกำไรโรงกลั่น และนี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คิดว่าท่านจะทำสำเร็จ ขอให้กำลังใจ” นายอรรถวิชช์ กล่าวทิ้งท้าย












