POLITICS

‘กรณ์’ ซัดรัฐบาลล้มเหลวบริหารวิกฤตพลังงาน ทำน้ำมันราคาพุ่ง

วันนี้ (25 มี.ค.69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนเรื่องวิกฤตพลังงาน

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ญัตติด่วนนี้มีความแตกต่างจากญัตติทั่วไป เนื่องจากเป็นปัญหาที่กระทบต่อประชาชนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไปที่ต้องใช้น้ำมันและไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน เกษตรกรที่ต้องใช้ปุ๋ยและพลังงานในการผลิต รวมถึงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานทั่วโลก แต่ระดับความเดือดร้อนของประชาชนไทยถือว่ารุนแรงกว่าหลายประเทศ สะท้อนถึงปัญหาการบริหารจัดการภายในประเทศที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ วิกฤตที่เกิดขึ้นไม่ควรถูกอธิบายว่าเป็นผลจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากความล้มเหลวในการบริหารของรัฐบาล การอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ต้องการสะท้อนปัญหา เสนอข้อมูล และให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้น 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาน้ำมันและปัญหาไฟฟ้า

ประเด็นน้ำมัน ปัจจุบันประชาชนกำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนและราคาที่สูงขึ้น มีรายงานว่าประชาชนจำนวนมากต้องตื่นตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเพื่อไปต่อคิวซื้อน้ำมันในปริมาณจำกัด สะท้อนถึงวิกฤตด้านการกระจายสินค้า ขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพด้านพลังงานเพียงพอ ทั้งปริมาณน้ำมันสำรอง โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่หลายแห่ง และสถานีบริการน้ำมันจำนวนมาก จึงตั้งคำถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน โดยชี้ว่าปัญหาหลักมาจากการบริหารจัดการ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1.การกระจายน้ำมันจากโรงกลั่นไปยังสถานีบริการไม่เพียงพอ และขาดระบบติดตามที่ชัดเจน
2.โครงสร้างราคาน้ำมันที่มีหลายระบบ ส่งผลให้เกิดการไหลของอุปสงค์ผิดปกติ เช่น การเบียดซื้อในตลาดราคาต่ำ
3.การบริหารจัดการที่ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการซื้อในแต่ละตลาดได้
4.ปัญหาสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีภาระหนี้จำนวนมาก และยังไม่ได้รับการอนุมัติให้กู้เงินเพื่อชำระหนี้ ส่งผลต่อการจัดหาน้ำมันเข้าสู่ระบบ

นายกรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางของรัฐบาลที่อาจปล่อยลอยตัวราคาน้ำมัน ซึ่งทำให้ราคาหน้าปั๊มปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยเฉพาะการทบทวนสูตรการคำนวณค่าการกลั่น รวมถึงการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และจัดเก็บผลประโยชน์ส่วนเกินจากผู้ประกอบการในช่วงวิกฤต เพื่อนำมาบรรเทาภาระของประชาชน

ส่วนประเด็นค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการนำเข้าก๊าซ LNG ที่มีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์โลก ซึ่งจะส่งผลต่อค่าไฟฟ้าในงวดถัดไป รัฐบาลยังสามารถดำเนินการในเชิงโครงสร้างได้ เช่น การเปิดเสรีการผลิตไฟฟ้า ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและภาคธุรกิจสามารถผลิตและซื้อขายไฟฟ้าได้โดยตรง ขณะเดียวกันควรเร่งทบทวนโครงสร้างการรับซื้อไฟฟ้าที่อาจเอื้อประโยชน์ต่อภาคเอกชนมากเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น

นายกรณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา และสื่อสารกับประชาชนอย่างโปร่งใส พร้อมระบุว่าในทุกวิกฤต ประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลแสดงศักยภาพในการบริหารจัดการ ไม่ใช่ใช้สถานการณ์เป็นข้ออ้าง พร้อมขอให้ผู้บริหารในแต่ละกระทรวงออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความตื่นตระหนกของประชาชน

Related Posts

Send this to a friend