‘ธนารัตน์‘ วอน กกต.เคลียร์ให้ชัดปมบาร์โค้ด ไม่ใช่ฟ้องปิดปากประชาชน
‘ธนารัตน์‘ วอน กกต.เคลียร์ให้ชัดปมบาร์โค้ด ไม่ใช่ฟ้องปิดปากประชาชน ยืนยันตั้งคำถามโดยสุจริต แค่อยากรู้บัตรเลือกตั้งเปลี่ยนไปจริงหรือไม่ ห่วงเร่งรีบรับรอง สส.ผิดสังเกต ทั้งที่ยังมีเรื่องร้องเรียน
วันนี้ (25 ก.พ. 69) นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ให้สัมภาษณ์คณะร่วมกิจกรรม “ไต่สวนสาธารณะ กกต.โกงประชาชน” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หลัง กกต.แจ้งความเอาผิดกับประชาชนฐานขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ ในการลงคะแนนใหม่ที่เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ว่า อยากให้ท่านออกมาตอบคำถามมากกว่าแจ้งความจับเรา เพราะความสงสัยของประชาชนไม่ได้แก้ปัญหาได้ด้วยการขู่ใช้กฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ทำให้เราคลายความกังวล ยิ่งไปกว่านั้นยังกังวลมากยิ่งขึ้นสถานการณ์เครียดมากมากยิ่งขึ้น เราไม่อยากเห็นภาพนี้
ตนเองพูดตั้งแต่ก่อนเริ่มวันเลือกตั้งวันที่ 22 ก.พ.69 ว่า ไม่ได้จะทดลองอะไร กล้องที่พกไปก็เป็นกล้องตัวเล็ก ๆ ไม่มีกำลังซูม จะบอกว่าตนเองซูมและถอดเอาความลับออกมายิ่งไม่น่าเป็นไปได้ สงสัยว่า กกต.ฟ้องร้องตนเองจริงหรือไม่ เพราะตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่
หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนเองแค่อยากไปดูว่าบัตรเลือกตั้งเปลี่ยนหรือไม่ เรื่องการถอดรหัสตนเองไม่ได้สน เพราะรู้อยู่แล้วในหลักการว่าถอดได้ ส่วนที่ กกต.มองว่าเป็นการขัดขวางการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่นั้น ขอรอดูข้อกล่าวหาก่อน อยากเห็นหลักฐานเพราะตนเองไม่ได้ขัดขวางอะไรใคร ตนเองไปคุยกับว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ คำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนั้นท่านไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อะไร เดินสังเกตการณ์นอกบริเวณแนวกั้น ยืนยันว่าไม่ได้ถ่ายรูปเข้าไปในแนวกั้นแม้แต่รูปเดียว ทั้งหมดที่โพสต์เอามาจากนักข่าวทั้งนั้น
เมื่อถามว่าเป็นการจงใจปิดปากภาคประชาชนหรือไม่ นายธนารัตน์ กล่าวว่ารู้สึกแบบนั้น ไม่เข้าใจว่ามีเหตุจำเป็นอะไรต้องทำถึงขั้นนี้ เพราะตนเองไม่ได้ไปขัดขวางเจ้าหน้าที่ เพียงแต่อาจจะทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกกดดัน เนื่องจากไปจี้ถาม 2 คำถามใหญ่ กับว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ว่ามีอำนาจใดถึงมาห้ามประชาชนถ่ายบัตรเลือกตั้งที่ยังไม่ได้กา เพราะ มาตรา 97 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.พ.ศ.2561 เขียนไว้ชัดเจนว่าห้ามถ่ายบัตรเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนน ดังนั้นเมื่อยังไม่ได้ลงคะแนนก็ควรที่จะถ่ายรูปได้ ซึ่งท่านก็ตอบว่ามีอำนาจเพียงแต่อยากให้เป็นความสบายใจของภาคประชาชน ตนเองจึงย้ำว่าภาคประชาชนอยากสบายใจจึงถ่ายรูป ท่านบอกว่าไม่ได้เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของภาคประชาชน มีหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย เดี๋ยวเขาจะไม่สบายใจ
โดยท่านบอกอีกว่าบัตรเลือกตั้งที่แม้จะยังไม่ได้ลงคะแนน ถือเป็นเอกสารของทางราชการและเป็นเอกสารลับ ดังนั้นการขอทำสำเนาต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรมา ซึ่งตนเองก็เถียงกลับไปว่าท่านไม่มีฐานอำนา คาดว่าเป็นจุดนี้ที่กดดันเกินไปจนทำให้ถูกดำเนินคดี
นอกจากนี้ตนเองยังไปกดดันถามเรื่องคิวอาร์โค้ดที่กกต.กำหนดไว้ว่าเอาไว้ตรวจการปลอมแปลง ซึ่งตนเองถามว่าไม่เห็นมีการตรวจบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดเลย ทราบหรือไม่ว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดใช้ในขั้นตอนใด หากไม่ทำในขั้นตอนการนับคะแนนเท่ากับการนับคะแนนทั่วประเทศไม่ถูกต้องหรือไม่ ท่านก็บอกว่าไม่ทราบ ส่วนมีอุปกรณ์พิเศษในการอ่านบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดหรือไม่นั้น ท่านก็ไม่ทราบเช่นกัน
นายธนารัตน์ ยืนยันว่าตนเองตั้งคำถามโดยสุจริต เพราะทุกคนก็สงสัยเหมือนกับตนเอง โดยเฉพาะคิวอาร์โค้ดตรวจปลอม ใช้ตรวจตอนไหน ไม่เห็นจะตรวจเลย จึงขอให้ กกต.ออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าว ดีกว่าแจ้งจับเรา อยากให้ท่านออกมาคุยกับเราเยอะ ๆ เพราะปัญหาเยอะมาก ไม่ใช่มีแค่เรื่องบาร์โค้ด แต่มีเรื่องคะแนนเขย่ง ความเร่งรีบจนผิดสังเกต ซึ่งทุกคนรู้หมดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ปกติ แต่เราไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากรอชี้แจงอย่างเดียว ใครที่สงสัยมาก ๆ แล้วหาคำตอบด้วยตนเองก็โดนดำเนินคดี การกระทำครั้งนี้ไม่แฟร์เลย
ส่วนกรณีที่ กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.ท่ามกลางข้อสงสัยหลายประเด็นนั้น นายธนารัตน์ กล่าวว่า หลายคนตั้งคำถามโดยเฉพาะนางสาวนันทนา นันทาวโรภาส สว.ที่ระบุว่าการรับรองผลการเลือกตั้งชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า จะต้องไม่มีเรื่องร้องเรียน ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ใน 3 ศาล ฉะนั้นการประกาศรับรองผลเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเร่งรีบผิดปกติและไม่น่าจะถูกต้อง












