เลขาฯ สมช. ชี้ดับไฟใต้ต้องพูดคุย ควบคู่ใช้กฎหมายเข้มข้น ยิ่งตอบโต้รุนแรง ยิ่งวุ่นวาย
เลขาฯ สมช. ชี้ดับไฟใต้ต้องพูดคุย ควบคู่ใช้กฎหมายเข้มข้น ยิ่งตอบโต้รุนแรง ยิ่งวุ่นวาย เชื่อมีผู้เห็นต่างมากกว่าครึ่งพร้อมเข้ากระบวนการ ยอมรับมาเลเซียมีบทบาทสำคัญ ทำให้สงบได้
วันนี้ (24 ก.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรารู้สึกเสียใจ ส่วนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ก็มีความคืบหน้ามากในปัจจุบัน โดยนโยบายการพูดคุยตามหลักการเป็นเรื่องที่ประชาสังคมยอมรับ จะต้องพูดคุยต่อไป ต้องดำรงไว้ เพราะเราเชื่อว่าในกลุ่มเห็นต่างอีกหลายกลุ่มและมีมากกว่าครึ่งที่พร้อมจะมาพูดคุย ส่วนคนที่ยังใช้ความรุนแรงก็ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ต้องแยกกัน การจะมาบอกว่าถ้ามีการใช้ความรุนแรงแล้วจะไม่พูดคุยนั้น คงไม่ถูกต้อง เพราะกลุ่มที่พร้อมจะให้ความร่วมมือกลับสู่สังคมยังมีพอสมควร ส่วนกลุ่มใช้ความรุนแรงเป็นเพียงกลุ่มหนึ่งเท่านั้น และยืนยันว่ายังต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างแน่นอน เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ ส่วนความคืบหน้าการพูดคุยนั้น ทางหัวหน้าคณะพูดคุยฯ จะมีแนวทางดำเนินการที่ชัดเจนอยู่แล้ว
นายฉัตรชัยกล่าวว่า เราเชื่อว่ากลุ่มเห็นต่างทั้งหลาย รวมทั้งกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงน่าจะมีการสื่อสารถึงกันในระดับหนึ่ง น่าจะเป็นคนรู้จักกันด้วยซ้ำ ซึ่งทั้งหมดเราต้องแยกแยะ แต่ย้ำว่าถ้าอันไหนใช้ความรุนแรงต้องบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด แต่ยังต้องดำรงการพูดคุยเอาไว้ ตรงนี้เป็นหลักการที่ต้องระวังในเรื่องนี้ด้วย แต่ถ้ามาบอกว่าจะไม่คุยแล้วจะใช้ความรุนแรงตอบโต้อย่างเดียว พูดตรง ๆ จะทำให้บรรยากาศเกิดความวุ่นวาย ความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น และซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อถามว่าได้มีการประเมินทางการข่าวว่าจะมีการก่อเหตุเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายฉัตรชัยกล่าวว่า เชื่อว่าทางฝ่ายข่าวพยายามทำเต็มที่ ดูแลหาข้อมูลต่าง ๆ มา แต่บางทีก็มีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าทุกฝ่ายพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งแม่ทัพ ทหาร ตำรวจ และพลเรือน
ส่วนท่าทีของฝ่ายความมั่นคงที่ระบุจะมีความเข้มงวดมากขึ้น จะทำให้เกิดการตอบโต้หรือไม่ นายฉัตรชัยกล่าวว่า การเข้มคือต้องบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งต้องดำเนินการไป แต่พูดคุยยังต้องทำ ต้องทำควบคู่กันไป ถ้าไปละอย่างใดอย่างหนึ่งคงไม่ได้ มันชัดเจนโดยหลักการอยู่แล้ว
เลขาธิการ สมช.กล่าวว่า ส่วนบทบาทของมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยนั้น มีความร่วมมือกันในเรื่องชายแดน และเชื่อว่ามาเลเซียสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้เห็นต่างเหล่านี้ที่อยู่ในมาเลเซียในการที่จะประสานเพื่อให้ควบคุมการใช้ความรุนแรง มาเลเซียน่าจะทำได้ จะเห็นว่าตอนที่นายกฯ เดินทางไปมาเลเซียทั้งก่อนและหลังไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเลย ซึ่งเชื่อว่าทางกลุ่มผู้เห็นต่างที่ใช้ความรุนแรงน่าจะเกรงใจมาเลเซีย ไม่กล้าทำอะไรให้เสียบรรยากาศในช่วงนั้น ดังนั้นจึงต้องร่วมมือกับมาเลเซียด้วย













