‘สว.นรเศรษฐ์’ ชี้ เปลี่ยนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งใหม่ สะท้อน กกต. รับรู้ปัญหา
วันนี้ (23 ก.พ. 69) นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่สังเกตการณ์การจัดการเลือกตั้งใหม่ที่เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 69 ระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจากการนับคะแนนและการจัดการเลือกตั้งใหม่จะนำเข้าสู่กระบวนการศึกษาในคณะกรรมาธิการ
นายนรเศรษฐ์ กล่าวถึงประเด็นคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า จากข้อมูลพบว่าบัตรที่นำมาใช้เลือกตั้งใหม่ไม่มีการพิมพ์หมายเลขกำกับไว้ที่ต้นขั้ว ซึ่งเป็นบัตรล็อตใหม่ที่ผลิตขึ้นมา สะท้อนให้เห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรู้ถึงความผิดปกติ เนื่องจากบัตรแบบเดิมอาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ โดยคณะกรรมาธิการจะนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการศึกษา รวบรวมข้อมูลปัญหา และเมื่อมีข้อมูลเพียงพอจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง เพื่อสรุปเป็นรายงานและสร้างความชัดเจนให้กับประชาชน
ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ปัญหาปัจจุบันคือความสามารถในการพิสูจน์ทราบย้อนกลับไปที่ต้นขั้วจนรู้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับอีกต่อไป การเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้งใหม่แสดงว่า กกต. เห็นถึงปัญหาดังกล่าวเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ การออกแบบการเลือกตั้งต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญคือต้องเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับ แม้ที่ผ่านมา กกต. จะชี้แจงว่าสามารถเก็บเป็นความลับได้ในเชิงปฏิบัติและขอให้เชื่อใจ แต่ในเชิงเทคนิคอาจขัดกับหลักการของรัฐธรรมนูญ จึงคาดหวังให้ กกต. ออกมาชี้แจงประเด็นนี้อย่างชัดเจน เนื่องจากหลายฝ่ายกำลังตั้งคำถาม
ส่วนกรณีปัญหาดังกล่าวจะนำไปสู่การลงคะแนนใหม่ทั่วประเทศหรือไม่นั้น นายนรเศรษฐ์ มองว่าต้องพิจารณาอีกหลายขั้นตอน แต่คำถามใหญ่ที่ กกต. ต้องชี้แจงคือการมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด รวมถึงหมายเลขบนต้นขั้วและบนบัตร สุ่มเสี่ยงที่จะขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนหากสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ส่วนจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ต้องพิจารณาตามหลักการว่าหากการเลือกตั้งไม่เป็นไปในทางลับจะมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ หากเจตนารมณ์ของประชาชนไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากพบข้อสังเกตเรื่องบัตรเขย่งหรือความผิดพลาดที่ส่งผลให้เจตนารมณ์ของประชาชนเปลี่ยนไป ก็อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นความเป็นความลับของบัตรเลือกตั้งยังต้องอาศัยการตีความจากนักวิชาการและหลายภาคส่วนต่อไป












