‘สุชาติ’ แจงปมภาพติดรถบรรทุกเป็นข่าวเก่า ยัน ไม่เกี่ยว – มองถูกดิสเครดิตการเมือง
‘สุชาติ’ โต้ปมสติกเกอร์รูปหน้าตัวเองโผล่บนรถบรรทุก ชี้ เป็นเรื่องเก่าฝ่ายค้านเคยนำไปอภิปรายเมื่อ 5-6 ปีก่อน เผย เจ้าของรถเป็นคนในพื้นที่ทำเพราะศรัทธา ยืนยันไม่เกี่ยวข้อง มองถูกโยงปมกากอุตสาหกรรมเพื่อดิสเครดิตทางการเมือง ลั่นเปิดสงครามแก้ปัญหากากพิษ เอาจริงกับคนทำผิดกฎหมาย
วันนี้ (22 ต.ค. 69) เวลา 15.30 น. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีการนำภาพและชื่อ ‘สุชาติ ชมกลิ่น’ ไปติดบนรถบรรทุก ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็นการใช้อิทธิพลหรือเป็น ‘ยันต์ปราบด่าน’ ว่าเป็นข่าวเก่าที่นำมาเล่าใหม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน เมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว โดยในขณะนั้นมี สส.ฝ่ายค้านนำภาพรถบรรทุกดังกล่าวขึ้นจอในการอภิปราย ซึ่งตนเองยังตกใจและต้องไปค้นหาว่ารถสิบล้อคันดังกล่าวเป็นของใคร
นายสุชาติกล่าวว่าเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเรื่องของผู้ประกอบการขนส่ง ซึ่งอาจเป็นคนในตำบลบ้านเดียวกันที่ชื่นชอบและศรัทธาตน จึงนำชื่อและรูปไปติดบนรถโดยไม่ได้บอกกล่าวตนเอง ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้ทำธุรกิจด้านโลจิสติกส์หรือการขนส่ง แต่ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
ส่วนบริษัทเจ้าของรถบรรทุกดังกล่าวเป็นผู้รับจ้างขนส่งสินค้า มีรถหัวลากและรถสิบล้อให้บริการตามที่มีผู้ว่าจ้าง โดยมีหน้าที่ไปรับตู้คอนเทนเนอร์ที่ผ่านด่านศุลกากรและเสียภาษีถูกต้องแล้ว ก่อนนำไปส่งยังโรงงานตามจุดหมาย นายสุชาติเปรียบเทียบว่าผู้ประกอบการขนส่งไม่สามารถทราบได้ว่าภายในตู้คอนเทนเนอร์มีอะไร เช่นเดียวกับผู้ขับรถโดยสารที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้โดยสารนำยาเสพติดติดตัวมาหรือไม่ พร้อมย้ำว่าไม่ได้แก้ตัวให้ใคร แต่ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงว่าเจ้าของรถไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา และได้ดำเนินการแจ้งความกับผู้ที่นำเรื่องดังกล่าวไปเผยแพร่บนจอในเวลานั้นแล้ว
นายสุชาติกล่าวว่าในอดีตประชาชนที่ศรัทธาผู้นำหรือนักการเมืองอาจนำชื่อและรูปไปใช้กับเสื้อผ้าหรือกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เสื้อกีฬาและเสื้อกิจกรรมในจังหวัดชลบุรี ซึ่งมีทั้งชื่อและรูปของตนเองหลายหมื่นตัว แต่ไม่สามารถไปควบคุมได้ว่าประชาชนจะนำชื่อหรือรูปไปใช้ในลักษณะใด เพราะไม่รู้จักประชาชนที่เลือกตนเองเกือบ 50,000 คะแนนทุกคน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้จัดทำสติกเกอร์ดังกล่าว และหลังจากชี้แจงเรื่องนี้เมื่อ 5-6 ปีก่อนก็ไม่พบเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าสติกเกอร์ดังกล่าวเป็นการทำขึ้นเอง นายสุชาติกล่าวว่าผมไม่มีจากผมแน่นอน ผมไม่ได้เป็นคนทำแน่นอน พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีนโยบายให้ใช้รูปหรือชื่อของตนเองเพื่อให้รถบรรทุกผ่านด่าน และหากตำรวจพบรถที่กระทำผิดก็สามารถดำเนินการได้ เพราะตนไม่ได้มีอำนาจควบคุมประชาชนที่เป็นผู้สนับสนุนหรือ FC ของตนเอง
นายสุชาติกล่าวถึงกรณีที่มีการนำภาพรถบรรทุกไปเชื่อมโยงกับปัญหากากอุตสาหกรรมว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล โดยยกตัวอย่างการรื้อถอนโรงแรมชื่อดังในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งสร้างความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านบาทให้กับผู้เกี่ยวข้อง แต่ตนยังดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย แม้จะถูกฟ้องร้องก็ตาม โดยตนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนแรกที่ถูกฟ้องจากการลงไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างด้วยตนเอง และมีรองปลัดกระทรวงฯ เป็นจำเลยที่ 2
นายสุชาติกล่าวว่าหากไม่ได้ตั้งใจแก้ไขปัญหากากพิษและสารพิษอย่างจริงจังก็คงไม่ต้องดำเนินการในลักษณะดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการแก้ไขปัญหาต้องทำให้ผู้ที่กระทำผิดรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน โดยระบุว่า ‘ใครทำผิด ประชาชนเดือดร้อน คุณต้องรับผิดชอบ ผมไม่ปล่อยไว้แน่นอน ผมบอกตรง ๆ เรื่องนี้ผมเปิดสงครามฮะ ผมใช้คำว่าเปิดสงคราม’
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามองเรื่องนี้เป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่ามองว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง โดยระบุว่าเพจต้นทางที่นำภาพมาสอบถามได้เปิดโอกาสให้ตนชี้แจงและเผยแพร่คำชี้แจงเป็นข้อ ๆ แล้ว แต่เพจอื่นที่นำไปแชร์ต่อเป็นเพจที่ไม่ถูกกับตนเองอยู่ก่อนแล้ว พร้อมกล่าวว่ารู้ว่าเจ้าของเพจเป็นใคร และมองว่าคนเหล่านี้เป็นฝ่ายที่เป็นศัตรูกับตนเอง
นายสุชาติกล่าวเพิ่มเติมว่าตนเองอายุ 52 ปีแล้ว จึงอยากให้พิจารณาว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาทั้งตนเองและครอบครัวเคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจเหล่านี้หรือไม่ โดยมองว่าการนำเรื่องดังกล่าวมาเชื่อมโยงกับปัญหากากอุตสาหกรรมเป็นการดิสเครดิตกัน พร้อมย้ำว่าหากไม่มีผู้เสียผลประโยชน์จากการดำเนินการแก้ไขปัญหาก็อาจไม่มีการนำเรื่องดังกล่าวมาโจมตี
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่เรื่องนี้หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่าในการแก้ไขปัญหากากพิษและสารพิษ ตนจะดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่จะไม่แจ้งความดำเนินคดี เว้นแต่จะมีการใส่ร้ายกันเกินขอบเขต โดยแยกการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานออกจากการกล่าวหาว่าตนเป็นผู้กระทำผิด พร้อมยกตัวอย่างกรณีเพจต้นทางที่ตั้งคำถามว่าภาพดังกล่าวเป็นรถของตนเองหรือไม่ ซึ่งตนได้ชี้แจงที่มาที่ไปให้ทราบแล้ว
นายสุชาติกล่าวว่าสิ่งที่น่ากังวลคือการนำข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงหรือความเชื่อที่ผิด ๆ มาเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยยกตัวอย่างกรณีที่ตนเคยถูกกล่าวหาในเรื่องตึกสกายและกรณีอื่น ๆ ซึ่งตนได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาล พร้อมระบุว่าที่ผ่านมามีผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับตนประมาณ 50-60 กรณี โดยหลายคนเดินทางมาขอโทษและนำพวงมาลัยมาให้ ซึ่งตนไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหาย แต่ให้โอกาสอธิบายข้อเท็จจริงแก่บุคคลเหล่านั้น
นายสุชาติกล่าวทิ้งท้ายว่าตนไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับประชาชนทั่วไป แต่หากเป็นนักการเมืองที่ก้าวล่วงกันมากเกินไปก็ต้องพิจารณาตามความเหมาะสม เพราะนักการเมืองต้องเป็นบุคคลที่ประชาชนศรัทธา และหากทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นนักการเมืองก็ต้องรับบทลงโทษจากการกระทำของตนเอง














