POLITICS

‘พริษฐ์’ จี้ ‘ภูมิใจไทย’ จริงใจเดินหน้าจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ ชี้ สสร. มาจากการเลือกตั้ง 100% ทำได้

‘พริษฐ์’ จี้ ‘ภูมิใจไทย’ จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ สสร. มาจากการเลือกตั้ง 100% ทำได้ อย่าอ้างคำวินิจฉัยที่คลุมเครือ ออกแบบ สสร. ผูกขาดโดยระบอบน้ำเงิน เลือกผู้ร่าง – ชี้ขาดเนื้อหา ยันผลการหารือตุลาการศาล รธน. เป็นหลักการ ไม่ใช่ความเห็นส่วนบุคคล

วันนี้ (22 มิ.ย. 69) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ครั้งที่ 7 พร้อมเปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงาว่า พรรคประชาชนมีจุดยืนว่าต้องการให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ได้ระบุว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง แม้ว่าเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว และสร้างข้อจำกัดในการเดินหน้า สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง นี่จึงเป็นที่มาที่คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ของสมาชิกวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ ของสภาผู้แทนราษฎรได้เข้าหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยดังกล่าว และเพื่อทวงคืนสิ่งที่เรามองว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร.

สำหรับผลการหารือประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แจงว่า ประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. ได้ ซึ่งในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เป็นเพียงแค่การห้ามไม่ให้ประชาชนเลือกตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ซึ่งนั่นหมายความว่าประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. โดยตรงได้ โดย สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้นอาจจะมีอำนาจในการแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างและมีอำนาจในการพิจารณาให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างได้จัดทำ

นายพริษฐ์กล่าวถึงข้อกังวลต่าง ๆ ว่ามีหลายคนมองว่าผลการหารือไม่เท่ากับคำวินิจฉัย ซึ่งเราเข้าใจดีแต่เป็นการขยายความหรืออธิบายคำวินิจฉัยเดิมที่มีความคลุมเครือ และมองว่าเป็นการทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นว่าการเดินหน้าต่อของเราอะไรที่จะขัดหรือไม่ขัดกับคำวินิจฉัย บางคนบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของตุลาการที่อยู่ในที่ประชุมเท่านั้น จึงขอย้ำว่า แม้ในวันประชุมหารือ จะมีเพียงประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คนเท่านั้น แต่ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ย้ำว่าสิ่งที่จะอธิบายในที่ประชุมไม่ได้เป็นความเห็นส่วนตัวของเขา เพราะขณะที่วินิจฉัยเรื่องนี้ไม่ได้วินิจฉัยข้อจำกัดใด ๆ เรื่องการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่จะขยายความในที่ประชุมคือการอธิบายความเห็นของที่ประชุมร่วมกันของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด ก่อนที่จะมีการออกคำวินิจฉัยกลาง 18/2568 ออกมา

ส่วนกรณีที่ สส จากพรรคภูมิใจไทยบางคนพยายามหยิบยกว่าการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะแบบนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 67 ซึ่งตอนนั้นได้ข้อสรุปว่าทำประชามติ 2 รอบได้ แต่พอท้ายที่สุดคำวินิจฉัยของปี 68 บอกว่าต้องทำประชามติ 3 ครั้ง เรื่องนั้นสะท้อนให้เห็นว่าอาจจะมีความคลาดเคลื่อนได้ จึงต้องย้ำว่า การโต้แย้งในลักษณะดังกล่าวเป็นการโต้แย้งบนข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน ผลการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญในวันนั้นชัดเจนว่าสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยทำประชามติแค่ 2 รอบได้ โดยในรอบแรกจะต้องถาม 2 คำถาม และเมื่อดูคำวินิจฉัย 18/2568 ก็พูดชัดว่าสามารถทำประชามติ 2 รอบได้ แต่รอบแรกอาจจะต้องมี 2 คำถาม ฉะนั้นคำวินิจฉัยที่ 18/2568 เกี่ยวกับเรื่องการทำประชามติ สอดคล้องกับผลการหารือกับทางประธานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 67

นายพริษฐ์กล่าวว่า การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญหลังจากนี้ โดยแบ่งเป็น 4 ประเด็น คือ

1.พรรคประชาชนจะเดินหน้าในการผลักดันให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% โดยจะนำข้อสรุปจากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญเข้าหารือกับที่ประชุม สส พรรคประชาชนในวันพรุ่งนี้ว่าจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงร่างที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ เพื่อผลักดันให้เกิดการเลือกตั้ง สสร. 100%

2.ขอเชิญชวนประชาชนในการร่วมลงชื่อให้กับร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ที่มีการเสนอให้มีการเลือกตั้ง สสร. จากประชาชน 100% เช่นกัน ขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 23,000 กว่ารายชื่อ ซึ่งจะต้องให้ถึง 50,000 รายชื่อ ถึงจะส่งเข้าสู่การประชุมรัฐสภาได้ หวังว่าร่างของภาคประชาชนนั้นจะได้ถูกพิจารณาในวาระ 1 พร้อมกับร่างของพรรคการเมือง

3.ขอให้พรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคการเมืองที่เคยประกาศจุดยืนสนับสนุน สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ได้ยื่นร่างไปแล้ว แต่ไม่ได้มี สสร. จากประชาชน 100% อยากให้พรรคการเมืองเหล่านั้นหารือกันภายในพรรคว่าจะมีการทบทวนร่างของตนเอง เพื่อมาร่วมกับเราในการผลักดัน สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่

4.อยากสื่อสารกับพรรคภูมิใจไทยเนื่องจากว่ามี สส จากพรรคภูมิใจไทยหลายคนที่ออกมาให้ความเห็นในกรณีดังกล่าวว่าหากพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจที่อยากจะเห็น สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยควรจะนำข้อมูลใหม่ที่ได้จากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ และมาหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่าจะร่วมกันผลักดัน สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างไร

“แต่หากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจเดินหน้าโดยปฏิเสธข้อมูลใหม่ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุผลที่แท้จริงเป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยมีธงไว้อยู่แล้วว่าต้องการจะฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือ เพื่อนำมาเป็นข้ออ้างในการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง สสร. ออกไปเพื่อทำให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นกระบวนการที่ถูกผูกขาดโดยระบอบสีน้ำเงิน ที่จะสามารถเข้ามาผูกขาดในการเลือกผู้ร่างและผู้ที่ชี้ขาดเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้” นายพริษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เราจะโต้แย้งอย่างไร นายพริษฐ์กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าคำวินิจฉัย 18/2568 มีความคลุมเครือ ซึ่งเราพยายามขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยดังกล่าวซึ่งในที่ประชุมก็มี สส พรรคภูมิใจไทยร่วมประชุมกับประธานศาลรัฐธรรมนูญด้วย ถ้าพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจจริง ๆ เรื่องการสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง สสร. เหมือนกับที่เคยประกาศเมื่อมีข้อมูลใหม่นี้มาควรจะเห็นปฏิกิริยาแบบไหน ดังนั้นเมื่อมีข้อมูลใหม่แบบนี้มาปฏิกิริยาที่ควรจะเห็นคือการที่พรรคภูมิใจไทยมาประชุมร่วมกับพรรคการเมืองอื่นว่าในเมื่อมีข้อมูลใหม่เช่นนี้มีความชัดเจนเพิ่มขึ้นเช่นนี้เราจะออกแบบแนวทางในการเลือกตั้ง สสร. อย่างไร แต่เราไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ สิ่งที่เราเห็นตลอด 2 วันที่ผ่านมาคือแกนนำพรรคภูมิใจไทยอย่างน้อย 3 คนเรียงคิวกันออกมาพยายามปฏิเสธความสำคัญของข้อมูลเหล่านี้จึงอดสงสัยไม่ได้ ที่มีปฏิกิริยาเช่นนี้เป็นการยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีธงอยู่แล้วว่าไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง สสร. แล้วที่ผ่านมาก็พยายามจะเอาคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือมาเป็นข้ออ้างในการปัดตกเรื่องของ สสร. เลือกตั้ง ทำให้เขาสามารถออกแบบ สสร. ที่เขาสามารถผูกขาดทั้งการคัดเลือกผู้ร่างและการชี้ขาดเนื้อหาได้

“ถ้ามองภาพใหญ่ตอนนี้สิ่งที่ระบอบสีน้ำเงินต้องการคือต้องการระบบการเมืองที่เปิดช่องให้สามารถฮั้วกันได้ทั้งกระดานซึ่งเขาจะประสบความสำเร็จดังกล่าว 2 ทางด้วยกัน คือ

1.ทำยังไงก็ได้ให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดหยุดลงและเราต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งเป็นปุ๋ยชั้นดีของระบบการเมืองที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน

2.หากต้องการให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าไปได้ เขาก็ต้องพยายามทำให้การเดินหน้านั้นเป็นการเดินหน้าที่อยู่บนเงื่อนไขที่เขาสามารถผูกขาดการคัดเลือกผู้ร่างและชี้ขาดเนื้อหาได้ซึ่งรูปธรรมของสิ่งนั้นคือเนื้อหาของร่างเพิ่มเติมหมวด 15/1 ที่พรรคภูมิใจไทยได้เสนอเข้ามา” นายพริษฐ์กล่าว

ส่วนที่มีความแตกต่างกันหรือไม่ที่ประชาชนสามารถเลือก สสร. ได้ แต่ประชาชนไม่สามารถเลือกผู้ยกร่างได้ นายพริษฐ์กล่าวว่า ในฐานะพรรคประชาชนเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยการมีประโยคที่เติมเข้ามาว่าประชาชนไม่อาจเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ แต่เมื่อออกมาเป็นเช่นนี้คือทำยังไงให้เราทวงคืนสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. ให้ได้มากที่สุด และคำตอบที่ได้รับคือประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. โดยตรงได้ แต่เมื่อมี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งแล้วจะไปแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างอีกทีหนึ่งก็เป็นสิ่งที่กระทำได้ซึ่งนี่เป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนจากความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับข้อจำกัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่าหากตกลงกันไม่ได้จำเป็นจะต้องเขียนคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่จำเป็นจะต้องส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญแต่พรรคการเมืองอื่นจะดำเนินการอย่างไรต้องรอดูท่าทีของเขา

Related Posts

Send this to a friend