POLITICS

‘เท้ง’ จี้รัฐบาลเลิกคิดเองเออเอง ปมกรอบวันซักฟอก 18 รมต. ยันต้อง 5 วันเต็ม

‘เท้ง’ จี้รัฐบาลเลิกคิดเองเออเอง ปมกรอบวันซักฟอก 18 รมต. ลั่นไม่ยอมหากบีบเหลือ 3 วัน ยันต้อง 5 วันเต็ม ปัดตอบพุ่งเป้า ‘ไชยชนก’ ชี้วัดกันที่หน้างาน

วันนี้ (19 ต.ค. 69) ในการแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม. เงา) ของพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า กรณีการให้ข่าวของฝั่งรัฐบาลที่เตรียมจัดสรรเวลาให้ฝ่ายค้านอภิปรายเพียง 3 วันเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องรวมเวลาในการชี้แจงของฝ่ายรัฐบาลเข้าไปด้วย ตนจึงมองว่า รัฐบาลกำลังพยายามเล่นเกมการเมืองในสภาฯ เพื่อบีบให้เวลาของฝ่ายค้านในการอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 18 คน เหลือเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นใช่หรือไม่

“กระแสข่าวที่รัฐบาลปล่อยออกมา ไม่เคยมีการพูดคุยหารือร่วมกับตัวแทนของฝ่ายค้านแต่อย่างใด และประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ยังไม่ได้นัดประชุมร่วม ทั้งในเรื่องการบรรจุญัตติเข้าสู่วาระ หรือการจัดสรรกรอบเวลาว่าจะให้กี่วัน ดังนั้น สิ่งที่ต้องการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลในวันนี้คือ รัฐบาลต้องหยุดคิดเองเออเอง และเลิกคิดแทนฝ่ายค้าน เพราะมีการให้ข่าวออกมา ทั้งที่ยังไม่ได้มีการเจรจาพูดคุยกับพวกเราแม้แต่น้อย” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์ได้กล่าวย้อนถึงบทเรียนการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีตตั้งแต่ปี 2563 ว่า ในครั้งนั้นมีการยื่นอภิปรายนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ซึ่งมีจำนวนผู้ถูกอภิปรายน้อยกว่า 18 คนอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังได้รับกรอบเวลาอภิปรายถึง 4 วันเต็ม และรวมวันลงมติเป็น 5 วัน แต่ในครั้งนี้ ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวมถึง 18 คน รัฐบาลกลับพยายามคิดเองเออเองและปล่อยข่าวว่าจะให้เวลาเพียง 3 วัน ซึ่งเผลอ ๆ เวลาของฝ่ายค้านอาจเหลือเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ตนจึงขอเรียกร้องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา โดยเร่งนัดประชุมวิป 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และตัวแทน ครม. เพื่อกำหนดกรอบเวลาการประชุมโดยเร็ว

เมื่อถามว่า หากฝ่ายรัฐบาลยังคงยืนยันที่ 3 วัน ฝ่ายค้านจะยังคงยืนกรานข้อเสนอเดิมที่ 5 วันหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยืนยันในกรอบระยะเวลาเดิม เพราะเมื่อเทียบเคียงกับในอดีต จำนวนรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติซักฟอกในครั้งนี้มีจำนวนมากกว่าในอดีตด้วยซ้ำ ซึ่งในอดีตยังได้เวลาอภิปรายถึง 4 วันเต็ม ดังนั้น กรอบเวลา 5 วันที่ฝ่ายค้านเสนอไปจึงถือว่ามีความเหมาะสมที่สุด แต่การจะบรรจุญัตติเข้าสู่สภาฯ เมื่อใด และจะใช้เวลากี่วัน ต้องเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง นั่นคือการประชุมหารือร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ฝ่ายรัฐบาลระบุว่า นายกรัฐมนตรีติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า “คนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสามารถบริหารจัดการตารางงานของตัวเองได้ หากให้ความสำคัญกับการตอบคำถามในเวทีซักฟอกของสภาผู้แทนราษฎรเท่า ๆ กับภารกิจส่วนอื่น ๆ สุดท้ายแล้วอยู่ที่การให้ความสำคัญว่า ตกลงแล้วคนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับอำนาจตรวจสอบของสภาฯ มากน้อยเพียงใด”

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า การจัดทัพขุนพลอภิปรายของฝ่ายค้านในขณะนี้มีความสมบูรณ์พร้อมแล้วทุกวินาที อยู่ที่ฝ่ายรัฐบาลมากกว่าว่าจะพร้อมให้เปิดเวทีซักฟอกเมื่อใด ส่วนจำนวนผู้อภิปรายยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่มีตัวเลขที่ชัดเจนในใจแล้ว สำหรับประเด็นสำคัญในการซักฟอกครั้งนี้ คือการชี้ให้เห็นว่า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ กำลังเป็นภัยคุกคามต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง การดำเนินนโยบายของรัฐบาลถือเป็นอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย ซึ่งฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นว่า นอกเหนือจากการใช้อำนาจหน้าที่ในฝ่ายบริหารแล้ว ยังมีความเชื่อมโยงกับกลไกอื่น ๆ ทั้ง สว., องค์กรอิสระ ตลอดจนการตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน และการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ซึ่งทั้งหมดล้วนบรรจุอยู่ในกรอบญัตติที่ยื่นไปแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่ประธานสภาฯ ระบุว่าอยากเห็นการอภิปรายที่สร้างสรรค์และวัดกันที่พยานหลักฐาน ฝ่ายค้านจะมีข้อมูลเชิงลึกและมีใบเสร็จชัดเจนหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า นอกเหนือจากใบเสร็จแล้ว ประเด็นสำคัญคือการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านเพื่อชี้ให้ประชาชนเห็นว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดนี้ล้มเหลวอย่างไร หลายเรื่องอาจไม่มีใบเสร็จที่ตายตัว เช่น กรณีการทุจริตหรือการฮั้วเลือก สว. แต่เมื่อนำชิ้นส่วนจิกซอว์ในแต่ละจุดมาประกอบเข้าด้วยกัน ก็จะมองเห็นภาพรวมของขบวนการและกลโกงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่แม้บางเรื่องจะไม่มีใบเสร็จชัดเจน แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลบริหารงานสำเร็จ ซึ่งฝ่ายค้านจะใช้เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจสะท้อนข้อเท็จจริงนี้ให้ประชาชนตัดสิน

เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายค้านจะมุ่งเป้าการอภิปรายไปที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากเป็นบุคคลใกล้ชิดของผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวปฏิเสธที่จะลงรายละเอียด โดยระบุเพียงว่า “ก็ต้องรอดูว่าใครจะถูกซักฟอกมากน้อยแค่ไหน และขอให้รอติดตามการอภิปรายจริง ๆ เมื่อญัตติเข้าสู่ระเบียบวาระของสภาผู้แทนราษฎร”

Related Posts

Send this to a friend