‘ธรรมนัส’ ย้ำทิศทางพรรคกล้าธรรม ร่วมรัฐบาลหรือไม่ต้องรอ กกต.รับรองผลเลือกตั้ง 2569 ลั่น “ไม่เคยทะเลาะใครก่อน”
โต้กระแสขัดแย้งภูมิใจไทย เปรียบ “ยามรักกัน น้ำต้มผักยังว่าหวาน” ชี้เก้าอี้ รมว.เกษตรฯ นั่งห้องแอร์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องลงมือปฏิบัติจริง
วันนี้ (19 ก.พ.69) เวลา 16.20 น.ที่พรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อทำความเข้าใจกับว่าที่ สส.ของพรรค และแสดงความยินดีกับว่าที่ สส.ทั้ง 58 คน แบ่งเป็น สส.เขต 56 คน และ สส.บัญชีรายชื่อ 2 คน
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุน โดยระบุว่า สส.เขตของพรรคได้รับคะแนนเสียงกว่า 4 ล้านเสียง และบัญชีรายชื่อกว่า 6 แสนเสียง ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการทำงานการเมืองเพื่อประชาชนต่อไป อย่างไรก็ตาม พรรคเคยคาดการณ์ว่าจะได้ที่นั่งมากกว่านี้ โดยผู้สมัครที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 2 มีประมาณ 45 คน หากรวมกับอันดับ 1 จำนวน 56 คน และอันดับ 3 อีกประมาณ 20 คน รวมทั้งสิ้น 131 คน “เราก็ไม่ถือ เราก็มาทำการเมืองต่อไป” พร้อมระบุว่า ที่ประชุมได้ชี้แจงกรอบการปฏิบัติในช่วงที่ยังไม่มีการรับรองผล เพื่อไม่ให้กระทำการใดที่อาจขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง
เมื่อถูกถามถึงการรอผลรับรองในบริบทที่ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า “ยังยืนยันตามนายกฯ ว่าต้องรอผลการรับรอง กกต.ว่าการเลือกตั้งสมบูรณ์แบบอย่างไร” โดยย้ำว่าทิศทางของพรรคจะตัดสินใจหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลอย่างเป็นทางการ และจะเป็นการตัดสินใจร่วมกันของสมาชิกพรรค
กรณีกระแสข่าวว่ามีความพยายามดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล แต่ไม่ให้ ร.อ.ธรรมนัส ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เจ้าตัวกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2562 ตนได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2566 เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และช่วงปลายปี 2567 มีการเสนอชื่อเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ พร้อมย้ำว่า การเป็นนักการเมืองต้องพร้อมถูกตรวจสอบ “ถ้ามีการตรวจสอบก็พร้อมรับผลจะเป็นอย่างไร เรื่องนี้ไม่ใช่ข้ออ้าง” ส่วนข้อสังเกตว่ามีความตั้งใจจะไม่ให้ดำรงตำแหน่งอยู่แล้วนั้น ระบุว่า “เราอย่าไปตอบแบบนั้น ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน เราจะร่วมหรือไม่ร่วม เราต้องรอผลจาก กกต.ให้ชัดเจนก่อน”
เมื่อถูกถามถึงการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีที่ จ.สงขลา นางนฤมลตอบว่า “จำไม่ได้แล้ว ไม่เครียด คุยกันในงานศพ” ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเสริมว่า “ขอตอบแทน ไม่มีอะไรในกอไผ่ มีแต่หน่อไม้”
กรณีถูกมองว่าพรรคกล้าธรรมถูกบีบให้ไม่มีทางเลือก ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “พรรคกล้าธรรมไม่เคยกลัวใครจะบีบนะ ใครบีบมาเดี๋ยวจะสวนกลับ” พร้อมระบุถึงประเด็นจริยธรรมว่า “ความผิดมันสำเร็จแล้ว ถ้าตนผิดนะ ถ้าคุณมาบอกว่าตนไม่ได้ คุณก็โดนด้วย” และย้ำว่า “การเมืองมันไม่มีหรอก มันไม่มีส่วย ตนไม่ว่าใคร แต่พรรคกล้าธรรมมีเสียง 58 เสียง เราเป็นทิศทางเดียวกัน”
ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ระบุว่าโทรศัพท์ 2 เครื่องยังเปิดอยู่ แม้จะเดินทางไปยุโรป ก็ยืนยันว่า “สัญญาณก็ยังมีอยู่” พร้อมแสดงความกังวลต่อสถานการณ์เลือกตั้ง โดยระบุว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าการจัดตั้งรัฐบาลคือความเสี่ยงที่การเลือกตั้งอาจเป็นโมฆะ เพราะได้สอบถามผู้มีความรู้หลายคน ซึ่งให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสุ่มเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าไม่ได้สื่อถึงนัยทางการเมืองหรือเป็นแผนใด ๆ แต่เป็นความเป็นห่วงส่วนตัว และขอให้สื่อมวลชนกับประชาชน “ช่วยคิดแต่เรื่องดี ๆ อย่าคิดในแง่ลบ หรือคิดว่าตนมีความขัดแย้งกับพรรคภูมิใจไทย”
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวด้วยว่า หากมีการเลือกตั้งใหม่ พรรคกล้าธรรมก็พร้อมลงสนามอีกครั้ง และไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดหลังการเลือกตั้ง ก็พร้อมทำงานให้ประชาชน เพราะนักการเมืองต้องพร้อมทำงานตลอดเวลา โดยที่ประชุมได้กำชับว่าที่ สส.ให้ปฏิบัติตามระเบียบของ กกต.อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่อาจกระทบต่อจำนวน สส.ของพรรคในภายหลัง
เมื่อถูกถามว่าการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ตนบอกแล้วว่าอย่าตีความผิดนะ ฟังตนให้ชัด ๆ ตนหารือกับกูรูแล้วว่าสิ่งที่น่าห่วง อย่าเอาไปตีความ เสี้ยมให้ตนทะเลาะกับใคร” พร้อมตั้งคำถามว่า “การเป็นนักการเมืองจำเป็นต้องเป็นแต่รัฐบาลอย่างเดียวหรือ เราเป็นนักการเมืองคือเราเอาพี่น้องเข้ามาในสภา เราทำการเมืองได้หมด”
เมื่อถูกถามถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทยที่ถูกมองว่าเปลี่ยนไป เจ้าตัวกล่าวว่า “คนเรายามรักกัน น้ำต้มผักยังว่าหวาน” และเมื่อถูกถามต่อว่าหากถูกผลักไปเป็นฝ่ายค้านจะยังหวานอยู่หรือไม่ ตอบว่า “เดี๋ยวไปขยายความว่าอาจารย์กินมะระอีก ตนปีนี้ 61 ไม่เห็นว่าตรรกะการเมืองเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ คนเป็นนักการเมืองก็อยากชนะการเลือกตั้ง ส่วนคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอยากเป็นรัฐบาล”
“พวกเราชอบมโนกันเองว่าเราทะเลาะกันหรือเปล่า ชอบให้เราทะเลาะกัน อะไรที่รักกันไม่เคยถามเลย ตนยังรักกันดีอยู่ ไม่ได้โกรธเกลียดใคร ก็เห็นมีแต่สื่อเอาไปเขียนว่า เดี๋ยวภูมิใจไทยว่านู้น กล้าธรรมว่างี้ มาจากสื่อทั้งนั้น เคยได้ยินจากปากตนหรือเปล่า”
เมื่อถูกถามว่ายังรักนายอนุทินหรือไม่ เจ้าตัวย้ำว่า “ทั้งชีวิตตนไม่เคยทะเลาะกับใครก่อนนะ แต่ถ้าใครทะเลาะกับตน ก็กลับไปฝันร้าย โทรศัพท์ตนก็เปิดตลอดเวลา เอาเป็นว่าเราไม่ทะเลาะกับใคร”
ส่วนเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เดี๋ยวใครมานั่ง ถ้าไม่ใช่ตนจะรู้สึก นั่งในห้องแอร์อย่างเดียวไม่ได้ เพราะต้องปฏิบัติ การขายอะไรต่างประเทศไม่ง่าย เพราะทุกอย่างที่ขายตนขายเองเซ็นเอง อย่าเข้าใจว่าเป็นกระทรวงพาณิชย์ทำ”
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า เกษตรเป็นสินค้าเทคนิค ต้องไปเจรจาโดยทูตเกษตร แต่ละกรมที่ดูแลสินค้าประเภทนั้นต้องชี้แจง กว่าจะจบไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นปศุสัตว์ ประมง พืช ต้องใช้เทคนิค ไม่ใช่ให้ทูตพาณิชย์ไปคุยแล้วจบ พร้อมยืนยันว่าไม่อยากให้กระทรวงเกษตรเกิดสุญญากาศทางการเมือง เพราะต้องทำงานต่อเนื่อง มิเช่นนั้นพี่น้องเกษตรกรเดือดร้อน












