ป.ป.ช.บุกประกันสังคม ขอข้อมูล 5 ปม ให้เวลา 2 สัปดาห์ส่งเอกสาร ตรวจลึกจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอน
ป.ป.ช.ขอข้อมูลประกันสังคม สอบปมตัดสูท–บินเฟิร์สต์คลาส–ปากกาหรู–โรงอาหาร–ที่ดินชลบุรี สปส.ขอ 2 สัปดาห์ชี้แจง ย้ำทำตามระเบียบ พร้อมเปิดเอกสารทุกขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง
วันที่ (19 ก.พ. 69) ที่สำนักงานใหญ่ สำนักงานประกันสังคม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งผู้แทนเข้าหารือและขอข้อมูลกรณีข้อสงสัยการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานประกันสังคมหลายประเด็น นำโดย นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ใช้เวลาหารือเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า การเข้าขอข้อมูลครั้งนี้เป็นการทำงานเชิงรุก ภายหลังมีประเด็นข้อสงสัยถูกเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนและสังคมออนไลน์
ประเด็นที่ ป.ป.ช. ขอข้อมูล ประกอบด้วยทั้งหมด 5 เรื่องด้วยกัน การจัดตัดเสื้อสูทให้เจ้าหน้าที่ การเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศโดยสารชั้นเฟิร์สต์คลาส การจัดทำปฏิทินและของที่ระลึก เช่น ปากกาหรูสำหรับบอร์ดประกันสังคม รวมถึงการใช้เงินกองทุนผู้ประกันตนสร้างโรงอาหาร และการครอบครองที่ดินของสำนักงาน โดยเฉพาะที่ดินในพื้นที่ จ.ชลบุรี
นายพัฒนพงศ์ ระบุว่า บางประเด็น เช่น เรื่องที่ดิน ป.ป.ช. ได้ติดตามตรวจสอบมาก่อนหน้านี้แล้ว แม้ยังไม่มีข้อร้องเรียนในสังคมอย่างกว้างขวาง พร้อมย้ำว่า การเข้ามาขอข้อมูลไม่ได้หมายความว่าสำนักงานประกันสังคมกระทำผิด แต่เป็นกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า มีการดำเนินการใดที่อาจส่อทุจริตหรือไม่
เบื้องต้น ทางสำนักงานประกันสังคมมอบหมายรองเลขาธิการเป็นผู้ชี้แจง และขอเวลา 2 สัปดาห์ในการรวบรวมเอกสารหลักฐาน โดยยืนยันด้วยวาจาว่า ทุกขั้นตอนดำเนินการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง
อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. จะตรวจสอบเชิงลึกตั้งแต่งบประมาณ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง วิธีการคัดเลือกคู่สัญญา การตรวจรับงาน ตลอดจนความสมเหตุสมผลของราคา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับ
ทุกฝ่าย
สำหรับกรณีบริษัทที่ชนะการประมูลตัดสูท ซึ่งทำงานกับสำนักงานประกันสังคมมานานกว่า 15 ปี แต่ปรากฏข้อมูลว่าไม่มีรายได้ นายพัฒนพงศ์ ระบุว่า ยังไม่มีข้อยุติ และอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด โดยได้ขอเอกสารย้อนหลังทุกปี เพื่อตรวจสอบจำนวนการจัดซื้อ การส่งมอบ และความถูกต้องครบถ้วนของกระบวนการทั้งหมด
นายพัฒนพงศ์ ย้ำว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ อาจต้องประสานหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น กระทรวงการคลัง เพื่อร่วมตรวจสอบว่าเป็นไปตามกรอบกฎหมายหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า การตรวจสอบครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างรอบด้านและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง











