‘พริษฐ์’ ชวนจับตาเลือกตั้งใหม่บางหน่วย 22 ก.พ.นี้
มอง หาก กกต. นิยามการออกเสียงเป็นความลับ ต้องเห็นการใช้บัตรบาร์โค้ดแบบเดียวกับการเลือกตั้ง 8 ก.พ. จี้ กกต. เปิดใบขีดคะแนน 5/11 ปรับปรุงรายงานผลคะแนนเลือกตั้งให้เข้าถึงง่าย
วันนี้ (19 ก.พ. 69) นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคฯ แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งปี 2569 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ตอบคำถามให้สิ้นข้อสงสัย
นายพริษฐ์ กล่าวชวนให้ประชาชนจับตาการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 ก.พ.นี้ ซึ่งขณะนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ เป็นบาร์โค้ดรหัสบัตร ตรวจย้อนกลับไปได้ว่าแต่ละคนลงคะแนนเสียงกาให้ใคร คำถามคือบาร์โค้ดจะทำให้การออกเสียงเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่ลับจริงหรือไม่ ปัจจุบันมี 2 กลุ่มความเห็น คือ
ความเห็นแรก พรรคประชาชนเห็นด้วยกับความเห็นนี้ คือการตั้งคำถามต่อการออกเสียงลับหรือไม่ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่ว่าแต่ละคนกาอะไร หากการออกเสียงลับต้องตรวจสอบกลับไม่ได้ ไม่ว่าเชิงทฤษฎี หรือปฏิบัติ ซึ่งในเชิงทฤษฎีการมีอยู่ของบาร์โค้ดทำให้เช็กได้ว่ากาให้กับใคร เท่ากับว่าการออกเสียงครั้งนี้ไม่ลับ
ความเห็นที่สอง กกต. นิยามว่าการออกเสียงถือว่าลับ แม้ว่าสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ในเชิงทฤษฎี แต่ตรวจสอบย้อนกลับไปได้ยากในเชิงปฏิบัติ กกต. พยายามบอกว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ยังลับอยู่ โดยให้เหตุผลว่าบัตรลงคะแนนและต้นขั้วอยู่ในที่ปลอดภัย
ทั้งนี้ การตรวจว่าใครกาให้กับใครไม่ได้ยากขนาดนั้น ไม่เกี่ยวข้องว่า กกต. เก็บบัตรเลือกตั้ง หรือต้นขั้วไว้อย่างปลอดภัยหรือไม่ เพราะมีกระบวนการตรวจสอบได้ว่าใครกาให้กับใครโดยไม่ต้องเข้าถึงบัตรเลือกตั้ง หรือต้นขั้วดังกล่าว ดังนั้น การมีอยู่ของบาร์โค้ดบนบัตรเปิดช่องโหว่ทำให้การออกเสียงไม่ลับ หากผู้สมัครรู้ระบบบาร์โค้ดก่อน สามารถใช้ช่องโหว่นี้เช็กได้ว่าใครกาให้กับใคร ประเด็นนี้จะถูกทดสอบและสังเกตการณ์ในการเลือกตั้งวันที่ 22 ก.พ.นี้
นายพริษฐ์ กล่าวว่า หาก กกต. ยืนยันว่าบัตรออกเสียง หรือบัตรเลือกตั้งตัวเองไม่มีปัญหาจริง เราควรเห็น 2 อย่างคือ กกต. ต้องใช้บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดอยู่ในวันที่ 22 ก.พ. 69 และควรเห็นการนับคะแนนไม่มีความพยายามปกปิดบาร์โค้ด หาก กกต. ปกปิดบาร์โค้ดเท่ากับยอมรับว่าบาร์โค้ดมีปัญหา เป็นการปฏิบัติแตกต่างจากวันที่ 8 ก.พ.
ส่วนข้อเรียกร้องของพรรคประชาชนให้เปิดเผยข้อมูลบางหน่วย วานนี้ (18 ก.พ.) กกต. ออกเอกสารข่าวว่าเปิดเผยผลรายหน่วยครบ 400 เขต มีการเผยแพร่เอกสาร สส.5/18 ที่รายงานผลรายหน่วยในเว็บไซต์ บอกว่าครบทุกหน่วยแล้ว ยกเว้นหน่วยที่นับใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ ซึ่งพรรคประชาชนมี 3 ข้อเรียกร้องดังนี้
1.ขอให้ กกต. ยืนยันว่าปัจจุบันหากไม่นับหน่วยที่นับใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ มีการเปิดเผย สส.5/18 ครบทุกหน่วยแล้วหรือไม่ เพราะยังได้รับข้อร้องเรียนมีบางหน่วยยังไม่อัปโหลดเอกสาร สส.5/18 และบางเขตเลือกตั้งมีครบทุกหน่วยในพื้นที่ แต่ขาดผลการนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต หรือนอกราชอาณาจักร
2.เรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยเอกสาร สส.5/18 หรือผลรายงานนับคะแนนรายหน่วยในรูปแบบที่สะดวกต่อประชาชนในการวิเคราะห์ หรือตรวจสอบต่อได้ เพราะปัจจุบันมีการเผยแพร่บน Google Drive เป็นการสแกนภาพ ทำให้ประชาชนบวกตัวเลขได้ยาก ควรเผยแพร่แบบตาราง Excel
3.ขอให้ กกต. พิจารณาเปิดใบขีดคะแนนรายหน่วย หรือ สส.5/11 ให้ครบทุกหน่วย แม้กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ถ้าเปิดเผยจะทำให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัยมากขึ้น เพราะเอกสารใบขีดนับคะแนนเป็นเอกสารที่ประชาชนสังเกตการณ์ สามารถโต้แย้งถ้ามีการขีดคลาดเคลื่อน มีหลายกรณีที่ภาพของใบขีดคะแนน สส.5/11 มีคะแนนไม่ตรงกันกับเอกสาร สส.5/18 ในหน่วยเดียวกัน
นายกิตติชัย กล่าวว่า การเปิดเผย สส.5/11 มีความสำคัญ สอดคล้องกับการประกาศผล สส.5/18 ขณะนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนมากกว่า 100 เรื่อง ในเรื่องแบบขีดและแบบ สส.5/18 ไม่ตรงกัน จึงเป็นเหตุผลในการเรียกร้องให้ กกต. เร่งเปิดเผย สส.5/11 เพราะเป็นการรวบรวมผลนับคะแนนหน้าหน่วย ณ วันนั้น มีภาคประชาชนที่ได้เก็บข้อมูลมา นอกจากนี้ บางหน่วยรายชื่อคณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ไม่ตรงกันในใบ สส.5/11 และ สส.5/18 ขณะเดียวคะแนนของผู้สมัคร สส.บางหน่วยใน สส.5/11 ได้คะแนนน้อยกว่า สส.5/18
ส่วนกรณี จ.สมุทรปราการ เขต 6 เข้าใจว่า กกต. ส่งข่าวว่าทุกอย่างจบสิ้นกระบวนการไปแล้ว จะไม่มีการสั่งนับคะแนน หรือลงคะแนนใหม่ แต่ระเบียบ กกต. ระบุไว้ชัดว่า กกต. หรือ กปน. เมื่อเสร็จจากการลงคะแนนแล้ว ต้องเก็บอุปกรณ์ทุกอย่าง รวมถึงแบบขีด และบัตรเลือกตั้งลงในหีบบัตร พร้อมทั้งใส่สายรัดอย่างแน่นหนา สัมพันธ์กับสัปดาห์ก่อนที่ กกต.แถลงข่าว ทำให้เห็นว่าหีบบัตรหลังลงคะแนนแล้วต้องเก็บใส่ถุงใสแล้วรัดสายรัดจัดเก็บที่ปลอดภัย แต่ข้อเท็จจริงมีแบบขีด 5/11 อยู่ที่บ่อขยะ อยากเรียกร้องให้ กกต. เร่งตรวจสอบกรณีนี้ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนจะได้ไปฟ้อง และดำเนินคดีทางอาญากับ ผอ.กกต.ประจำจังหวัด
ปัจจุบันได้นำเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ไปร้องต่อ กกต. หรือ กกต.จังหวัด รวมแล้ว 58 เรื่อง แบ่งเป็น บัตรเขย่ง หรือจำนวนผู้มีสิทธิและผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกัน 16 เรื่อง จำนวนผู้มาใช้สิทธิแบบเขต และบัญชีรายชื่อไม่ตรงกัน 1 เรื่อง พฤติกรรมของ กปน. ไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ 17 เรื่อง พฤติกรรมการซื้อเสียง 1 เรื่อง และการใส่ร้ายด้วยความอันเป็นเท็จ 23 เรื่อง













