‘ชูวิทย์’ โชว์กินส้ม ลั่น รักพรรคส้มแต่ครั้งนี้ขอไม่เลือก-ต้องการสั่งสอน ให้บทเรียน
‘ชูวิทย์’ โชว์กินส้มบอก “ส้มยังไม่สุก ต้องบ่มก่อน ถึงจะอร่อยกว่านี้” ย้ำ ปมแฉดีล ‘บิ๊กโจ๊ก’ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เป็นการแลกเปลี่ยนทางการเมือง พร้อมเปิดแชตไลน์ ‘บิ๊กแดง’ ยันมิตรภาพ 30 ปี เหนือการเมือง-แม้แชตหนักขวา ลั่น รักพรรคส้มแต่ครั้งนี้ขอไม่เลือก-ต้องการสั่งสอน ให้บทเรียน
วันนี้ (19 ม.ค. 69) เวลา 14.00 น. ที่โรงแรมเดอะ เดวิส สุขุมวิท 24 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวตอบโต้ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กรณีถูกระบุว่าโจมตีพรรคประชาชน และเตรียมถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเลือกตั้ง
นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตนเป็นผู้สนับสนุนพรรคส้มในการเลือกตั้งปี 66 และเป็นผู้ต่อสู้กับพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด ทั้งการเปิดโปงเรื่องเขากระโดง และการต่อสู้คดีในกระบวนการยุติธรรม โดยมีคดีในศาลอาญา ศาลเพชรบุรี ศาลต่าง ๆ ซึ่งศาลมีคำพิพากษายกฟ้องทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์ใจ และไม่เคยรับงานจากใคร
นายชูวิทย์ ระบุว่า หลังการเลือกตั้ง ตนต้องการสื่อสารกับประชาชน และได้แจ้งชัดว่าจะออกมา “ให้บทเรียนพรรคส้ม” โดยย้ำว่าพรรคส้มคือพรรคที่ตนเลือก พร้อมกล่าวว่ารักนายวิโรจน์ รักโรม รักไอซ์ และรักพรรคส้ม แต่ในฐานะราษฎร ราษฎรหรือประชาชน จำเป็นจะต้องฉลาดและตรวจสอบนักการเมืองได้

สำหรับประเด็นเกี่ยวกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นายชูวิทย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องการต่อรองทางการเมือง ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย พร้อมย้ำว่าไม่ได้เป็นการโจมตี และยืนยันว่าการพูดถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นไปด้วยความปรารถนาดี เนื่องจากเห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้เรื่องการปฏิรูปตำรวจ และมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสีเทา รวมถึงคดีตั๋วช้างและสแกมเมอร์ โดยระบุว่าแม้ไม่มีหลักฐานเป็นเอกสาร แต่ตนมีข้อมูล และการเมืองเป็นเรื่องของผลตอบแทน
นายชูวิทย์ ยังโชว์หลักฐานเป็นแชทไลน์ระหว่างตนเองกับพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือบิ๊กแดง ซึ่งเป็นกัลยาณมิตรมา 30 กว่าปี ที่ไม่สามารถปฏิเสธความเป็นเพื่อนได้ และไม่ได้หมายความว่าจะมีอุดมการณ์เหมือนกันหรือมาบังคับให้ตนเองคิดแบบเดียวกันได้ ถามกลับไปยังนายวิโรจน์ว่าให้เพื่อนคิดแบบนายวิโรจน์ได้หรือไม่ อายุของตนเองใกล้จะลงโรง มิตรภาพเหนือการเมือง เราไม่เคยคุยกันเรื่องการเมือง คุยกันเรื่องตลกสนุกสนาน ดังนั้นการผูกเรื่องพลเอก อภิรัชต์ ถือเป็นการเมืองแบบเก่า และประเด็น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แม้จะไม่มีหลักฐาน แต่ยืนยันได้ว่าไม่ใช่การโจมตี
”คะแนนที่ไปยกให้อนุทินโดยตั้งเวลาไว้ 4 เดือน ส่งผลเสียมาถึงทุกวันนี้ สะท้อนได้ถึงเรื่องฮั้ว สว.ชัดเจนที่สุด เขาเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาของตนเอง โดนหลอก ครั้งนี้ คุณเป็นฝ่ายค้านไปเถอะ ผมไม่ตามล้างตามผลาญไปถึงครั้งหน้า ผมไม่ใช่ศัตรูของคุณ เพียงแต่ต้องใช้เวลา เห็นโรมไปดีเบตหรือไม่ เห็นไหมไปออกรายการหรือไม่ บางคนบอกว่าเป็นเด็กฝึกงานแต่ไม่อยากไปปรามาส มืออาชีพคือมีประสบการณ์เยอะและต้องรู้เท่าทัน“
นายชูวิทย์ เชื่อว่าครั้งนี้จะรณรงค์หรือสร้างกระแสอย่างไร มองว่าคลื่นลูกนี้ใหญ่เล่นได้แน่แต่วันนี้ไม่มีคลื่นลูกนั้น หากวันนี้ไม่มี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าก็คงดีกว่านี้เยอะ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นคนซื่อคนดี แต่คนดีและคนซื่อในทางการเมืองใช้ไม่ได้ บางคนขยันแต่ไม่ฉลาดมันอันตรายในทางการเมือง พรรคส้มตั้งใจทำงานจริงแต่ไม่มีประสบการณ์ การเรียกร้องโอกาสให้ไปฝึกงานมันไม่ได้ เวลาไปดีเบตก็ดีเบตแบบเด็ก ๆ ไปเจอคนแก่เก๋าเกม จึงต้องใช้เวลาในการฝึกปรือ ยืนยันว่าสมัยหน้าตนเองไม่ต่อต้าน และไม่ได้ต้องการแสงเพราะตนเองไม่มีคะแนน ไม่ใช่นักการเมือง ยิ่งด่าตนเองยิ่งชอบเพราะแสดงว่าคุณคิดถึงชูวิทย์

นายชูวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เจตนารมณ์ของตนเองคือต้องการเปิดสงครามสั่งสอน เพื่อให้เรียนรู้ว่านี่คือโลกของการเมือง ตนเองเจอกับนายอนุทินยังคุยได้กอดได้เพราะตนเองทำหน้าที่ในฐานะราษฎรและนายอนุทินทำหน้าที่ในฐานะนักการเมืองไม่มีสิ่งใดที่ตนเองต้องไปขอร้อง หากจะให้ชมก็ต้องชมนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ก็สู้ไม่ได้ เช่นเดียวกับนางรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ยังเด็กเมื่อเทียบกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ตนเองเป็นบุคคลคนเดียวที่ทำให้ราษฎรใหม่ตื่นจากภวังค์ ใครที่บอกว่าตนเองด่าว่าพรรคส้มเลว ขอสาปแช่งให้ตายโหงตายห่า ย้ำว่าตนเองต่อต้านพรรคส้มเพียงครั้งนี้เพราะคุณกระทำผิดเอาคะแนนของประชาชนไปโหวตให้คนอื่นทำให้เขาเติบโต การจะเข้าไปทำลายระบบทำเพียงสมัยเดียวไม่ได้ มันต้องใช้เวลา ประเทศไทยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้กะทันหัน ไม่เคยบอกว่าวิธีการของคุณผิด แต่การดำเนินการของคุณไม่ถูก การสร้างความแตกแยกมันย้อนกลับมาหาคุณทั้งหมด
นายชูวิทย์ ย้ำว่าตนเองกับนายวิโรจน์รักกัน พรรคส้มก็รัก แต่ครั้งนี้ขอไม่เลือก ตนเองไม่ได้ขัดขวาง หากพรรคส้มเป็นรัฐบาลได้ก็จะถือว่าเป็นส้มที่ยังไม่สุก พรรคส้มจะบริหารงานไม่ได้สำเร็จและไม่ดี เหมือนส้มที่ยังไม่ได้เวลากินก็จะเปรี้ยว รอให้สุกก่อน โอกาสหน้ายังมี
นอกจากนี้ ช่วงหนึ่งของการแถลง นายชูวิทย์ได้ โชว์กินส้มต่อหน้าสื่อ พร้อมกล่าวว่า “ส้มยังไม่สุก ต้องบ่มก่อน ขอเวลาอีกหน่อยจะอร่อยกว่านี้” พร้อมกล่าวว่า พรรคส้มยังต้องใช้เวลา อย่าเร่งโหยหาอำนาจ













