‘ปกรณ์’ ไม่หวั่น ศาล รธน. รับคำร้อง ปม พ.ร.ก. กู้เงิน
‘ปกรณ์’ ไม่หวั่น ศาล รธน. รับคำร้อง ปม พ.ร.ก. กู้เงิน มั่นใจ คำชี้แจงรัฐบาลยึดความจริงตามรัฐธรรมนูญ
‘ปกรณ์’ ไม่หวั่น ศาล รธน. รับคำร้อง ปม พ. ร. ก. กู้เงิน มั่นใจ คำชี้แจงรัฐบาลยึดความจริงตามรัฐธรรมนูญ – ความมั่นคงทาง เศรษฐกิจ ยัน โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ยังเดินหน้าต่อ
วันนี้ (18 พ.ค. 69) เวลา 16.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง พ. ร. ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะกระทบการผลักดันนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลหรือไม่ ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ว่าให้ยุติหรือชะลอ กระบวนการก็ต้องดำเนินไปตามปกติ เพราะกฎหมายมีผลบังคับแล้ว และรัฐบาลยืนยันว่า มีเหตุผลความจำเป็นจริงๆ และมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาสถานะความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หากไม่ทำก็ไม่รู้ว่าจะเสนอ พ. ร. ก. ดังกล่าวทำไม
เมื่อถามว่า แนวทางการต่อสู้ของรัฐบาล ที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐานภายใน 7 วัน จะทำอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า ชี้แจงตามความเป็นจริง ตัวเลขการเงินการคลังของสำนักงบประมาณ ของกระทรวงการคลัง ที่เคยเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกอบการวินิจฉัยเป็นอย่างไร ก็จะนำข้อมูลเหล่านั้นไปเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีประเด็นปัญหาอะไร
เมื่อถามว่า จะใช้กฎหมายตามรัฐธรรมนูญ 60 มาต่อสู้ด้วยหรือไม่ว่า ศาลจะวินิจฉัยเฉพาะเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่ได้นำเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนมาพิจารณาด้วยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ไม่ต้องต่อสู้อะไร
เมื่อถามย้ำว่า นายปกรณ์จะไปชี้แจงเอง หรือจะทำเป็นลายลักษณ์อักษร นายปกรณ์ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไร หากศาลมีคำสั่งให้ทำคำชี้แจง ก็จะทำคำชี้แจงไป แต่ถ้าศาลเรียกให้ไปชี้แจง ก็จะไปชี้แจง ไม่มีอะไร
ส่วนคำร้องของพรรคประชาชน ที่ระบุว่างบประมาณส่วนหลัง 2 แสนล้านบาท ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยครึ่งเดียวได้หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนไม่ก้าวล่วงคำวินิจฉัยศาล แต่เคยพูดว่า เงินกู้ก้อนนี้ คือเงินกู้ก้อนเดียวแต่สองวัตถุประสงค์ ซึ่งทั้งสองต้องดำเนินเกื้อกูลไปด้วยกัน ทั้งการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพื่อให้ประชาชนลดการพึ่งพาพลังงานจากภาครัฐ เป็นการลดค่าไฟของประชาชน เป็นเรื่องเดียวกันที่ต้องทำไปพร้อมกัน ไม่ได้แยกว่าต้องทำอันนี้ไปก่อน แล้วไปทำอันนั้นทีหลัง มันไม่ใช่ การกู้เงินทุกครั้งที่ผ่านมาเป็นแบบนี้
เมื่อถามว่า นายปกรณ์จะเป็นเจ้าภาพหลักในการสู้คดีของรัฐบาลหรือไม่ ได้มีการพูดคุยกันหรือยัง นายปกรณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย พรุ่งนี้ (19 พ.ค.) จะเสนอแนวทางในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาว่าจะเป็นอย่างไร แต่โดยปกติ ครม. จะมอบหมายให้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ รวมถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อส่งและประสานข้อมูล ทำคำชี้แจงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องปกติที่ทำมาทุกครั้ง
ส่วนเรื่องดังกล่าวจะกระทบกับวงเงินที่จะใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งกำลังจะเข้า ครม. หรือหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่ได้กระทบอะไร เพราะกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ก็เดินหน้าปกติ
เมื่อถามว่า แนวทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากออกมาเป็นลบที่สุด จะเป็นอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนไม่กล้าเดา แต่ตามปกติในทางคดีคือ 1.ยกคำร้องหรือยกฟ้อง 2.มีมติว่าชอบหรือไม่ชอบ ทั้งนี้ ตนไม่ขอก้าวล่วงคำวินิจฉัยของศาล เราจะให้ข้อมูลกับศาลอย่างตรงไปตรงมามากที่สุด












