POLITICS

‘ภูมิใจไทย’ ยังลังเลเก็บ ‘กล้าธรรม’ ไว้ใกล้ตัวหรือเขี่ยเป็นฝ่ายค้าน หวั่นซ้ำรอยจริยธรรม ’เศรษฐา’ ชี้วันนี้ไม่ต้องจำใจร่วม

พร้อมรีแบรนด์หน้า รมต.เสริมแกร่งภาพลักษณ์ ส่วนคืบหน้า ครม. ’อนุทิน’ นายกฯ นั่งควบ ’มหาดไทย’ ตามเดิม ขณะที่ ‘รุทธพล-อรรถพล’ ส่อวืด จับตา ’ปรีดี ดาวฉาย’ คุมพลังงาน คาด ‘เพื่อไทย’ ไม่ส่ง ’ยศชนัน’ นั่ง รมต.คาดเก็บไว้รอสู้เลือกตั้งรอบหน้า หวั่นเจ็บตัว

วันนี้ (18 ก.พ.69) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย โดยสื่อมวลชนยังคงปักหลักเกาะติดความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากยังไม่ชัดเจนว่า พรรคกล้าธรรม จะได้ร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย เรื่องความชัดเจน กรณีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล ล่าสุด แหล่งข่าวเปิดเผยว่า มองได้ 2 อย่างคือ เก็บพรรคกล้าธรรมไว้ใกล้ตัวดีกว่าให้อยู่ไกลตัว แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็มีความกังวลเรื่องคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ว่าหากมีการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีแล้ว เกิดมีเรื่องกระทบต่อคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส จะส่งผลกระทบต่อผู้แต่งตั้งคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งอาจซ้ำรอยกับกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ขาดคุณสมบัติ

ส่วนที่หลายคนมองว่า ก่อนหน้ามีการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส เนื่องจากขณะนั้นเป็นรัฐบาลระยะสั้น และยังไม่มีการร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส ขณะเดียวกันการร่วมรัฐบาลครั้งที่แล้ว พรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม มีความจำใจต้องรวมกัน เพราะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่ครั้งนี้ไม่ได้มีความจำเป็นแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีอีกปัจจัยสำคัญคือ พรรคกล้าธรรมเข้ามาเจาะฐานบ้านใหญ่ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นฐานดั้งเดิมของพรรคภูมิใจไทย ทั้งสุพรรณบุรี นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ทำให้เกิดความไม่พอใจ หากปล่อยให้พรรคกล้าธรรมเติบโตต่อไป อาจส่งผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งครั้งหน้า

สำหรับความคืบหน้าในการวางตัวรัฐมนตรีนั้น สำหรับพรรคภูมิใจไทย โดยโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยจะได้ 19 ที่นั่ง ซึ่ง 4 เก้าอี้ที่ชัดเจนแล้ว คือ รัฐมนตรีคนนอกเดิม อาทิ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ส่วนสัดส่วนคนนอกอื่น ๆ ที่จะมารับตำแหน่งรัฐมนตรี มีชื่อของนายปรีดี ดาวฉาย ที่จะมานั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แทนนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ไม่ได้ไปต่อ เช่นเดียวกับ พล.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีแนวโน้มที่จะไม่ได้ไปต่อเหมือนกัน

ฉะนั้น จะเหลืออีก 15 เก้าอี้ ที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องเกลี่ยและจัดสรร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพรรคภูมิใจไทยจะยึดกระทรวงเดิม เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน อาทิ นายอนุทิน จะนั่งนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ส่วนกรณีของนายสุชาติ ชมกลิ่น มีรายชื่อติดโผรัฐมนตรี แต่จะไม่ได้นั่งกระทรวงแรงงาน เนื่องจากพรรคภูมิใจไทย ไม่ต้องการท้าทายประชาชน

ทั้งนี้ หากพิจารณาสัดส่วน สส. 10 คน ต่อ 1 รัฐมนตรี สำหรับพรรคเพื่อไทยน่าจะได้รัฐมนตรีประมาณ 8 คน โดยจะได้โควตากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงแรงงาน ซึ่งพรรคเพื่อไทย มีรายงานว่า มีความพยายามจะไม่ส่งนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มานั่งตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากจะเก็บตัวไว้สำหรับการเลือกตั้งรอบหน้า เพราะกังวลว่าจะเจ็บตัว

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวว่า รัฐมนตรีที่จะมานั่งจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนมีความรู้ ความสามารถ และไม่เทา รีแบรนด์ และเสริมภาพลักษณ์ “รัฐบาลอนุทิน 2” ไม่ให้ขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชน ที่เลือกภูมิใจไทยอย่างล้นหลาม

Related Posts

Send this to a friend