ก.แรงงาน ยกระดับสิทธิทันตกรรมประกันสังคม
ไปโรงพยาบาลรัฐ ‘อุด-ถอน-ขูด-ผ่าฟันคุด’ ตามแผนการรักษาไม่จำกัดจำนวนครั้ง เปิดสิทธิใหม่ ‘รากฟันเทียม’ วงเงินสนับสนุนผ่าตัดรายละ 17,500 บาท ค่าชุดรากฟันเทียมอีก 3,300 บาท
วันนี้ (17 เม.ย. 69) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงนโยบายการยกระดับสิทธิประโยชน์เพื่อผู้ประกันตนว่า ได้ให้สำนักงานประกันสังคมพัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมสุขภาพช่องปากให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39
นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 69 ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 สามารถใช้สิทธิด้านทันตกรรมได้ที่หน่วยงาน หรือโรงพยาบาลรัฐที่ทำความตกลง ครอบคลุมบริการพื้นฐานทั้งการอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และผ่าฟันคุดทุกรูปแบบ รวมถึงการรักษาที่ซับซ้อนขึ้นเพื่อเตรียมช่องปากก่อนการใส่ฟันเทียม ไม่ว่าจะเป็นการเกลารากฟัน การขลิบเหงือก และการแต่งกระดูก โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเข้ารับบริการ ยึดตามแผนการรักษาของทันตแพทย์ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับการดูแลต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ยกเว้นกรณีเข้าคลินิกพิเศษต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมแพทย์เอง
ส่วนสิทธิประโยชน์เดิมซึ่งครอบคลุมการอุดฟัน ขูดหินปูน และถอนฟันที่ 900 บาทต่อปี ตามหน่วยงานเอกชน หรือคลินิกที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคมยังคงมีอยู่ตามปกติ แต่จะยกระดับเพิ่มเติมในกรณีการผ่าฟันคุด ในอัตรา 1,500-2,500 บาทต่อซี่ โดยผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านฟันปลอมและรากฟันเทียม โดยในส่วนของฟันปลอมถอดได้ มีการเพิ่มวงเงินดังนี้
1.ฟันปลอมชนิดถอดได้บางส่วน (1-5 ซี่) เดิมเบิกได้ไม่เกิน 1,300 บาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 1,500 บาท
2.ฟันปลอมชนิดถอดได้บางส่วน (มากกว่า 5 ซี่) เดิมเบิกได้ไม่เกิน 1,500 บาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 2,000 บาท
3.ค่าซ่อมฟันปลอม อัตรา 900 บาทต่อครั้ง
4.ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปาก (บนหรือล่าง) เดิมไม่เกิน 2,400 บาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 3,000 บาท
5.ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปาก (บนและล่าง) เดิมไม่เกิน 4,400 บาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 6,000 บาท
ส่วนของรากฟันเทียม เพิ่มสิทธิพิเศษสำหรับการฝังรากฟันเทียมเพื่อรองรับฟันเทียมทั้งปากสำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทั้งหมด โดยมีวงเงินสนับสนุนค่าผ่าตัดใส่รากฟันเทียมรายละ 17,500 บาท และค่าชุดรากฟันเทียมอีก 3,300 บาท พร้อมติดตามผลการรักษา
สำหรับสิทธิดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนวันที่เข้ารับบริการ และครอบคลุมสิทธิสำหรับผู้ที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนไม่เกิน 6 เดือน สำหรับผู้ที่เข้ารับบริการในสถานพยาบาลที่ไม่ได้ทำความตกลงไว้สามารถนำหลักฐานมาขอรับเงินคืนตามอัตราที่กำหนดได้ผ่าน e-Self Service หรือที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หากมีความจำเป็นต้องรักษาจากอุบัติเหตุ หรือโรคในช่องปากกะทันหัน สามารถใช้สิทธิการรักษาพยาบาลปกติได้ทันที












