POLITICS

ปลัดพลังงาน เตรียมชง ครม. มาตรการรับมือวิกฤตน้ำมันขาดแคลน

ปลัดพลังงาน เตรียมชง ครม. มาตรการรับมือวิกฤตน้ำมันขาดแคลน เร่งตรวจสอบการกักตุน พร้อมเอาผิดตามกฎหมาย เผยหากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจเสนอรัฐบาลใหม่กู้เงินแสนล้านบาท

วันนี้ (17 มี.ค. 69) นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงความชัดเจนในการตรึงราคาน้ำมันว่า ยังต้องรอการพิจารณาจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ส่วนหากสถานการณ์ยืดเยื้อ นายประเสริฐ กล่าวว่า อาจจำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอในน้ำมัน ซึ่งต้องเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ขณะเดียวกันต้องเน้นมาตรการประหยัดพลังงาน รวมถึงการทำงานแบบเวิร์กฟรอมโฮม โดยต้องขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและหน่วยงานราชการให้ช่วยกันประหยัดการใช้น้ำมัน เพื่อไม่ให้สถานการณ์รุนแรงไปมากกว่านี้

สำหรับการจัดหาน้ำมันสำรอง นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้ ปตท. และโรงกลั่น ยังสามารถจัดหาน้ำมันได้อย่างต่อเนื่อง โดยสะท้อนจากตัวเลขของกรมธุรกิจพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 90 วัน เป็น 95 วัน แสดงให้เห็นว่ามีการจัดหาได้มากขึ้น ขณะเดียวกันต่างประเทศก็ยังมีการส่งน้ำมันเข้ามาให้ไทย

กรณีที่รัฐบาลยืนยันว่าน้ำมันมีเพียงพอ แต่ตามปั๊มน้ำมันกลับติดป้าย “น้ำมันหมด” นายประเสริฐ ระบุว่า ปัญหาหลักอยู่ที่การขนส่งและการบริหารจัดการ โดยขณะนี้มีประชาชนแห่ไปเติมน้ำมันมากขึ้น ทำให้การขนส่งน้ำมันไม่ทันต่อความต้องการ จึงต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานขนส่ง กระทรวงคมนาคม และกรุงเทพมหานคร เพื่อผ่อนผันเรื่องช่วงเวลาการขนส่งน้ำมัน เนื่องจากบางพื้นที่รถสามารถวิ่งได้เฉพาะเวลากลางคืน รวมถึงมีข้อจำกัดด้านช่วงเวลาการเดินรถ ซึ่งเรื่องดังกล่าวคาดว่าจะมีการหารือในที่ประชุม ครม.

นายประเสริฐ ยังยอมรับด้วยว่า อาจเป็นเพราะการสื่อสารของตนเอง ทีมงาน หรือ ปตท. ที่ไม่ชัดเจนมากพอ จนทำให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจและตื่นตระหนก แห่เติมน้ำมันมากกว่าปกติ พร้อมยืนยันว่าขณะนี้กระบวนการขนส่งเดินหน้าเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ และจะมีน้ำมันเข้ามาเสริมอย่างต่อเนื่อง โดยกรมธุรกิจพลังงานได้เข้าตรวจสอบที่คลังน้ำมันแล้ว พบว่ายังมีปริมาณสำรองตามกฎหมาย แต่เมื่อขนส่งออกมา จำนวนรถที่เคยเพียงพออาจไม่เพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบัน จึงทำให้เกิดภาวะขาดแคลน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มจำนวนรถ และเร่งขนส่งทางท่ออย่างเต็มที่ เพื่อให้น้ำมันกระจายถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด

ส่วนกรณีการกักตุน นายประเสริฐ กล่าวว่า ต้องพิจารณาว่าจะใช้มาตรการใด และจะใช้กฎหมายที่มีอยู่กดดันอย่างจริงจัง เพราะหากมีการกักตุน ไม่ว่าจะขนส่งเพิ่มเท่าใดก็อาจไม่เพียงพอ โดยจะตรวจสอบว่าการกักตุนเกิดจากผู้ประกอบการหรือผู้บริโภค พร้อมย้ำว่า การกักตุนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากน้ำมันเป็นสินค้าควบคุม การนำไปขายเกินราคาก็ถือว่าผิดกฎหมาย และยังเป็นเรื่องอันตรายที่ต้องระมัดระวัง หากตรวจพบจะดำเนินการให้เป็นกรณีตัวอย่าง และใช้กฎหมายขั้นสูงสุด

สำหรับคำถามว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะยังสามารถอุ้มราคาน้ำมันได้นานเพียงใด นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้กองทุนติดลบค่อนข้างมาก อยู่ที่ประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท แต่ที่ผ่านมาเคยติดลบสูงถึง 100,000 ล้านบาท จึงอาจต้องมีการกู้เงินเพิ่มเติม ซึ่งอาจมีเรื่องภาษีสรรพสามิตเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลน่าจะดำเนินการเพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นตามตลาดโลก

เมื่อถามว่าการกู้เงินจะอยู่ในรูปแบบการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว หากสามารถกู้เงินได้โดยไม่ต้องมีการค้ำประกัน ก็อาจไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก. แต่จากการประเมินเบื้องต้นอาจมีความจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก. โดยวงเงินกู้คาดว่าจะเป็นวงเงินเดิมประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งต้องผ่านการหารือและได้รับความเห็นชอบจาก ครม. ก่อน รวมทั้งต้องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา โดยเรื่องนี้ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ก่อน

Related Posts

Send this to a friend