‘คณิศร’ ชูตำนาน พรรคประชากรไทย 47 ปี ไม่คิดขายพรรคกิน
ตามคำสั่งเสีย ‘สมัคร สุนทรเวช’ เสนอสวัสดิการถ้วนหน้า นโยบายเงินค่าฌาปนกิจศพ 50,000 บาท-เงินช่วยเหลือผู้สูงอายุเดือนละ 5,000 บาท
นายคณิศร สมมะลวน หัวหน้าพรรคประชากรไทย ให้สัมภาษณ์กับ The Reporters ถึงความพร้อมของพรรคประชากรไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยระบุว่า พรรคประชากรไทยเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่ดำรงอยู่มากว่า 47 ปี รองจากพรรคประชาธิปัตย์ และในการเลือกตั้งรอบนี้พรรคสามารถส่งผู้สมัคร สส.เขตได้กว่า 40 เขต และผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ 18 คน
นายคณิศร กล่าวว่า ในการเลือกตั้งปี 66 พรรคสามารถส่งผู้สมัครได้เพียง 10 กว่าคน เนื่องจากปัญหาความไม่พร้อมของตัวแทนสาขาพรรค แต่ยังได้รับคะแนนรวมกว่า 70,000 คะแนน ซึ่งหากรอบนี้สามารถส่งผู้สมัครได้มากกว่า 40 เขต เชื่อว่า จะมีโอกาสได้ที่นั่งในสภา และมีศักยภาพเป็นพรรคทางเลือก
เมื่อถามถึงอุดมการณ์และแนวนโยบาย นายคณิศร ยืนยันว่า พรรคประชากรไทยยังคงยึดมั่นในนโยบายดั้งเดิมที่อดีตผู้นำพรรค นายสมัคร สุนทรเวช ได้เคยผลักดันไว้ และเห็นผลเป็นรูปธรรม เช่น โครงการรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี โครงสร้างพื้นฐานอย่างวงแหวนรอบนอก อุโมงค์ และโครงการถมทะเลบางขุนเทียน รวมถึงนโยบายสวัสดิการผู้สูงอายุ
นายคณิศร ระบุว่า นโยบายผู้สูงอายุที่เคยเสนอให้ได้รับเดือนละ 3,000 บาท จะถูกปรับให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยเสนอให้ผู้สูงอายุได้รับ 5,000 บาทต่อเดือน ผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการได้รับ 6,000 บาทต่อเดือน ขณะที่อาสาสมัครและจิตอาสา เช่น อสม. ซึ่งปัจจุบันมีค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 2,000 บาท พรรคเห็นว่า ควรมีค่าตอบแทนตามที่ได้ปฏิบัติงานจริง
นอกจากนี้ พรรคประชากรไทยยังมีนโยบายดูแลทหารผ่านศึก โดยเสนอเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,000 บาท รวมถึงนโยบายเงินค่าฌาปนกิจศพคนไทยทุกคน จำนวน 50,000 บาท เพื่อช่วยลดภาระครอบครัวที่ขาดแคลนเงินในค่าจัดงานศพ
ในประเด็นการบริหารพรรค นายคณิศร กล่าวกับ The Reporters ว่า หลังอดีตหัวหน้าพรรคย้ายไปอยู่พรรคอื่น ตนเข้ามารับหน้าที่ดูแลและพัฒนาพรรคต่อ โดยยึดคำสั่งเสียให้รักษาชื่อพรรคและอุดมการณ์เดิมว่า จะไม่ขายพรรค และไม่เปลี่ยนชื่อ หากทำไม่ได้ให้ยุบพรรคด้วยตนเอง พร้อมย้ำว่า พรรคไม่มีนายทุนและยึดแนวทางการเมืองสีขาว
นายคณิศร ยอมรับว่า การยุบสภาอย่างกะทันหันทำให้พรรคไม่สามารถส่งผู้สมัครได้ครบทุกเขต โดยผู้สมัครส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน ภาคใต้บางส่วน ภาคเหนือ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถส่งได้เพียง 3 เขตที่เป็นฐานหลัก
สำหรับเป้าหมายการเลือกตั้ง นายคณิศร ระบุว่า พรรคคาดหวังจะได้ สส.บัญชีรายชื่ออย่างน้อย 5 คน และ สส.เขตประมาณ 6-7 คน หากไม่มีปัจจัยอุปสรรค พร้อมมองว่า การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนแปลง และประชาชนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ หลังให้โอกาสนักการเมืองกลุ่มเดิมมาหลายครั้ง แต่ปัญหาปากท้องยังคงอยู่
นายคณิศร ฝากถึงประชาชนว่า ขอฝากพรรคประชากรไทยไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ ขอแรงสนับสนุนให้เลือกพรรค เบอร์ 31 และผู้สมัคร สส.เขตของพรรคทุกเขต เพื่อผลักดันการเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และแก้ไขปากท้องพี่น้องประชาชน












