ครม. เงาจี้รัฐบาลเยียวยาปัญหาปลาหมอคางดำ ‘ณัฐชา’ เตือนระบาดถึงเขื่อนลำปาวแล้ว
ครม. เงาจี้รัฐบาลเยียวยาปัญหาปลาหมอคางดำ ‘ณัฐชา’ เตือนระบาดถึงเขื่อนลำปาวแล้ว ขู่หาก 3 เดือนไม่คืบ รมว. เกษตรฯ อาจโดนเปลี่ยนเก้าอี้ แนะใช้มาตรการแดง-เหลือง-ขาว-เขียว
วันนี้ (16 ก.ย. 69) เวลา 09.30 น. คณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา พรรคประชาชน ครั้งที่ 12 นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน นายวีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และนายศุภโชติ ไชยสัจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวจี้รัฐบาลเยียวยาผู้เสียหายจากปัญหาปลาหมอคางดำ
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จากการทำงานของ สส. พรรคประชาชนและพรรคก้าวไกลในอดีตที่ติดตามปัญหาปลาหมอคางดำ ถือเป็นปัญหาอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง เพราะส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรและชาวประมงอย่างรุนแรง อ้างถึงคำสั่งศาลปกครองวันที่ 8 ก.ย. 69 สั่งให้กรมประมงและกระทรวงมหาดไทยเร่งแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ โดยวันที่ 14 ก.ย. 69 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้รับฟ้องคดีกลุ่มจากภาคประชาชนฟ้องต่อบริษัทเอกชนและพวกต้องชดเชยเยียวยา
นายพานทอง ชิวค้า ประธานองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล เขตบางขุนเทียน กทม. ย้ำว่าได้รับผลกระทบอย่างหนักตั้งแต่ปี 2565 และ 4 ปีที่ผ่านมาผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา เลี้ยงหอย ได้รับความเดือดร้อน แม้จะได้รับการเยียวยาจากกรุงเทพมหานครไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ช่วยให้ผลกระทบลดลง เพราะยังมีการแพร่ระบาด ปัจจุบันภาครัฐไม่มีนโยบาย ตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 1 จนถึงรัฐบาลอนุทิน 2 ไม่มีนโยบายแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำที่ชัดเจน ซึ่งกรมประมงให้คำมั่นต่อเกษตรกรว่าปัญหาเอาอยู่ แต่ปัญหาปัจจุบันภาพมันฟ้อง จะทำให้เกษตรกรไม่สามารถหาเลี้ยงชีพจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้แล้ว
“ฝากถึงรัฐบาลจากที่ท่านเข้ามารับหน้าที่อาสารับใช้เกษตรกร ท่านยังไม่แก้ไขเรื่องปลาหมอคางดำให้กับพวกผม พวกผมยังเดือดร้อนอยู่ ไม่ใช่ปลาหมอคางดำลดน้อย ปัจจุบันไปดูได้ที่เขตบางขุนเทียน ตรงไหนก็ได้ ถ้าลดน้อยจริง หาไม่ได้จริง รับรองได้เลย” นายพานทองกล่าว
ส่วนตัวแทนเกษตรกรชาวสมุทรสงคราม ในฐานะหนึ่งในผู้ยื่นฟ้องต่อบริษัทเอกชนที่ศาลแพ่ง ย้ำว่าปัญหาแพร่ระบาดหนักในช่วงหลังตั้งแต่ปี 2567 ขณะนี้แพร่ระบาดใน 22 จังหวัด และกรมประมงและรัฐบาลไม่เคยนำความจริงมาเปิดเผยต่อสาธารณะ หลอกประชาชนว่ากำจัดเหลือน้อย หลังจากนี้รอศาลปกครองสูงสุดตัดสิน และล่าสุดกระทรวงมหาดไทยสั่งประกาศภัยพิบัติในเขตจังหวัดสมุทรสงคราม และจี้ให้กระทรวงมหาดไทยประกาศเขตภัยพิบัติในจังหวัดอื่น อย่าให้ต้องไปยื่นร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งในวันที่ 30 ก.ย. นี้จะมีนัดสืบพยาน ขณะเดียวกันก็เห็นด้วยกับมาตรการ 7 ข้อ แต่มีข้อเสียว่าหย่อนยานไม่ทำจริง พร้อมเสนอให้กระบวนการกำจัดปลาหมอคางดำมีภาคประชาชนร่วมด้วย และ 7 มาตรการต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น
นายณัฐชากล่าวว่า สถานการณ์ปัญหาปลาหมอคางดำ เกิดจากการปล่อยปละละเลยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้ที่อนุญาตนำเข้าครั้งแรก ซึ่งสรุปจากคำพิพากษาศาลปกครอง 120 หน้า ว่าคำพิพากษาสั่งให้กรมประมงทำหน้าที่ กระบวนการเหล่านี้ประชาชนก็ไม่ต้องร้องต่อศาลหรือเรียกร้องกับหน่วยงาน แต่ประชาชนขณะนี้ต่อสู้เพียงลำพัง มีสภาทนายความที่ส่งทนายอาสามาช่วย และเครือข่ายภาคประชาสังคมร่วมขับเคลื่อน แต่หน่วยงานของรัฐต้องปกป้องพิทักษ์ประโยชน์สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศของประเทศ เพราะภาคประชาชนเผชิญอุปสรรคในการสู้กับกลุ่มทุน เช่น เงินวางศาล ทำให้ชาวบ้านต้องลงขัน และมีการต่อสู้ทางกฎหมายจากกลุ่มทุนกับชาวบ้าน
สิ่งที่ต้องการเรียกร้องเคยนำเสนอไปแล้ว 2 ปีที่ผ่านมา คือกระบวนการที่ชัดเจน ตั้งแต่ที่กรมประมงประกาศ 19 จังหวัด แต่ภาคประชาชนรับได้ 22 จังหวัดในปัจจุบัน แต่สถานการณ์ซ้ำร้ายหนักทวีคูณมากขึ้นในพื้นที่ภาคอีสาน เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ พบปลาหมอคางดำ และพบอย่างต่อเนื่อง
“นี่คือสัญญาณอันตรายและเรียกว่าสัญญาณหายนะได้เลยว่า สัตว์น้ำพื้นถิ่นของพี่น้องประชาชนคนไทยที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ จะกลายเป็นเหมือนสถานการณ์ 3 สมุทรที่เกิดขึ้นในพื้นที่อ่าวตัว ก และสิ่งที่จะตามมาคือส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนหากไม่ดำเนินการใด ๆ” นายณัฐชากล่าว
นายณัฐชากล่าวว่า 4 มาตรการที่เคยเสนอไป “แดง-เหลือง-ขาว-เขียว” คือสถานการณ์ที่ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วย ดูว่าดำเนินการอย่างไร เช่น พื้นที่สีแดงต้องกวาดล้างให้สิ้นซาก พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้องปิดชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หรือในแหล่งน้ำธรรมชาติหากรัฐบาลไม่สามารถกวาดล้างในแม่น้ำลำคลองได้ ในบ่อชาวบ้านต้องมีปลาหมอคางดำ ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ได้ส่งไปแล้ว และมีรายงานสรุปชัดเจนถึงเงื่อนไขขั้นตอนในการดำเนินการ
ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้ประกาศตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในวันนี้ ที่จะมีเป้าหมาย 3 เดือน ยังคงเฝ้าติดตามว่าเงื่อนไขรายละเอียดจะเป็นอย่างไร แต่ไม่ได้ตื่นเต้นหรือตกใจมากนักกับที่รัฐบาลแถลง เพราะที่ผ่านมารัฐบาลเก่าเคยประกาศว่าปลาหมอคางดำเป็นวาระแห่งชาติ แต่ก็ไม่มีการแก้ไขเยียวยา ไม่มีการตั้งงบประมาณในการแก้ไข ปัจจุบันต้องของบกลาง 350 ล้านบาทมาแก้ไขปลาหมอคางดำ จึงต้องเฝ้าติดตามต่อไปว่างบจะใช้ไปในทิศทางไหน รายละเอียดมากกว่าการตั้งศูนย์คืออะไร และความเปลี่ยนแปลงใน 3 เดือนข้างหน้า หากยังไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอาจจะเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการเห็นคือการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนโดยลงรายละเอียดมากกว่าการประกาศจัดตั้งศูนย์ และยืนยันที่จะติดตามอย่างใกล้ชิดและมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมที่ต้องการเห็นรัฐบาลดำเนินการโดยเร็ว
เมื่อถามว่ารัฐมนตรีบอกว่าจะแก้ปัญหาให้เสร็จภายใน 180 วัน กรมประมงจะจัดการอยู่หรือไม่ แล้วจะใช้งบปี 67 ที่เหลืออยู่ 350 ล้านบาทมาจัดการ มองว่าควรมีมาตรการอย่างไรเพื่อให้ตอบโจทย์กับปัญหาที่มีอยู่ นายณัฐชากล่าวว่า ความคาดหวังว่าสิ่งที่รัฐมนตรีออกมาประกาศแล้วจะดำเนินการได้หรือไม่ยังไม่แน่ใจ แต่ในส่วนของงบประมาณในปี 67 ทางสำนักงบประมาณได้อนุมัติกรอบวงเงินไว้ 450 ล้านบาท ซึ่งทางกรมประมงเป็นผู้เสนอ 7 มาตรการ สำนักงบประมาณอนุมัติแต่ให้ไปใช้งบประมาณเดิมของกรมประมง แต่พอให้ใช้งบประมาณของกรมประมงก็เลยเลือกที่จะไม่ทำมาตรการนี้เลย เนื่องจากต้องใช้เงินเดิมของตัวเองอยู่
ตอนนี้รัฐมนตรีมีแผนของบกลางจำนวน 350 ล้านบาท เพื่อนำแผนเดิมที่เคยร่างไว้ซึ่งยังไม่ตรงกับความต้องการของประชาชนมาใช้ ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดหนักควรทำ 2 ช่องทาง คือในแหล่งน้ำธรรมชาติทั้งหมดใครเป็นผู้รับผิดชอบ และแหล่งเพาะเลี้ยงของชาวบ้านจะทำอย่างไร ซึ่งต้องทำไปพร้อมกันโดยยังรอความชัดเจนของรัฐมนตรีอยู่ ส่วนศูนย์อำนวยการที่จะตั้งขึ้นก็อยากให้มีตัวแทนภาคประชาชนเข้าไปในแต่ละจังหวัด เพราะแต่ละจังหวัดรูปแบบไม่เหมือนกัน สิ่งที่เราไม่เห็นความชัดเจนเลยคือวิธีการแก้ สิ่งที่เราเห็นชัดเจนที่สุดเลยคือจุดเริ่มต้นหลังจากคำสั่งศาลออกมาบอกว่าจะของบกลาง 350 ล้านบาท
เมื่อถามว่ากรอบเวลาที่รัฐมนตรีตั้งไว้อาจแก้ปัญหาไม่ทันใช่หรือไม่ นายณัฐชายืนยันว่า ไม่ทันและไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงแน่นอนใน 3 เดือนนี้













