POLITICS

ผู้ว่าฯ นิรัตน์ เปิดใจหลังถูกโยกย้ายฟ้าผ่านั่งรองปลัดมหาดไทย ยืนยันเคารพการตัดสินใจนายกฯ-ปลัด มท.

วันนี้ (16 มิ.ย. 69) เวลา 13.57 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เดินทางมารายงานสถานการณ์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลในจังหวัดภูเก็ตต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมเปิดใจภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า รับทราบเรื่องการถูกโยกย้ายแล้วและขอหารือกับนายกรัฐมนตรีก่อน โดยยืนยันว่าเคารพการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเสมอ

สำหรับประเด็นการถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิรัตน์ยืนยันว่าไม่เสียกำลังใจในการทำงาน และเคารพการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา

เมื่อสื่อมวลชนสอบถามว่าคำสั่งย้ายเกิดจากปัญหาการทำงานร่วมกันในพื้นที่หรือไม่ นายนิรัตน์ชี้แจงว่า ไม่ได้มีปัญหากับบุคคลใด ความขัดแย้งในพื้นที่มีมาก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งตั้งใจเข้ามาแก้ไขปัญหาในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดโดยไม่เลือกปฏิบัติ หากมีบุคคลที่ไม่ยอมปรับตัวจนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ก็พร้อมรับการพิจารณาจากกระทรวงมหาดไทย และเคารพการตัดสินใจของปลัดกระทรวงมหาดไทยรวมถึงนายกรัฐมนตรี การเดินทางมาพบนายกรัฐมนตรีวันนี้เพื่อรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ เช่น ปัญหามาเฟียต่างชาติที่คลี่คลายลง ส่วนความขัดแย้งกับคนในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ถือเป็นปัญหาที่ต้องรายงานให้ระดับกระทรวงและนายกรัฐมนตรีรับทราบ

นายนิรัตน์ยืนยันว่าไม่ท้อใจและพร้อมเดินหน้าทำงานต่อไป โดยตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดและรักษาความถูกต้อง ส่วนผลงานจะขึ้นอยู่กับการประเมินของผู้บังคับบัญชา หากบางเรื่องไม่สำเร็จก็พร้อมยอมรับ

ต่อข้อถามถึงข้อเสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความขัดแย้งในพื้นที่ นายนิรัตน์ให้ความเห็นว่า ควรมีคณะกรรมการตรวจสอบที่มาจากหลายภาคส่วนมากกว่ากรมใดกรมหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด กระทรวงมหาดไทยควรส่งคณะกรรมการลงมาตรวจสอบ โดยมีระดับรองปลัดกระทรวงเป็นประธาน เพื่อให้มีอำนาจเรียกทุกหน่วยงานในสังกัดมาหารือและตรวจสอบได้อย่างครอบคลุม

เมื่อถามว่าการย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดจะทำให้ปัญหาในพื้นที่หมดไปหรือไม่ นายนิรัตน์ระบุว่า ต้องแยกแยะประเภทของปัญหา หากเป็นเรื่องผลประโยชน์ในพื้นที่ ผู้รับผิดชอบปัจจุบันต้องดำเนินการแก้ไข แต่หากเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล เมื่อบุคคลเหล่านั้นถูกย้ายออกไป ปัญหาก็จะยุติลง

ส่วนกรณีที่มีกระแสวิจารณ์ว่าการถูกย้ายเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเหมือนการถูกรับน้อง นายนิรัตน์ตั้งคำถามกลับพร้อมระบุว่า “ผมนี่หรือน้อง ผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่ระดับ ซี 10 ปีที่ 9 อาวุโสที่สุดในประเทศไทย ผมไม่ใช่น้องของใครแล้ว ผมเห็นทุกคนเป็นน้องและมีหน้าที่ช่วยให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ช่วยเตือนหากไปดูข่าวในพื้นที่ ผมสั่งห้ามทำอะไรที่นอกกฎหมาย ห้ามไปเรียกรับจากใคร อย่าไปเบียดเบียนใคร และเตือนเมื่อมีการปะทะกันหรือวัดพลังกัน เตือนในที่ประชุมอย่างเปิดเผยและในที่สาธารณะอย่างชัดเจน ผมไม่ใช่น้องของใคร ผมเป็นพี่ของข้าราชการทุกคนในจังหวัดและไม่ใช่คู่ขัดแย้ง”

เมื่อสื่อมวลชนถามย้ำว่า การตักเตือนข้าราชการไม่ให้วัดพลังหรือเรียกรับผลประโยชน์ เป็นชนวนเหตุที่สร้างความไม่พอใจใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ตอบสั้นๆ ว่า “แน่นอน”

Related Posts

Send this to a friend