POLITICS

นายกฯ เผยคุย ‘มาครง’ ชี้แจงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา บอกสามารถตอบได้อย่างมั่นใจ

นายกฯ เผยคุย ‘มาครง’ ชี้แจงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา บอกสามารถตอบได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องหลบสายตาใคร เหตุเป็นหัวหน้ารัฐบาลที่ลงไปคลุกคลี ไปเห็นมากับตา บอกยูเนสโกหากจะดูความเสียหายมรดกโลก ให้มาดูที่ไทยด้วย ไม่ใช่แค่กัมพูชา

วันนี้ (26 พ.ค. 69) เวลา 09.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสว่าเขาได้สอบถามประเด็นข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา เราก็ตอบไปในบริบทของเราซึ่งเป็นสิ่งที่ดี การที่ตนมาเป็นรัฐบาลช่วงที่มีการขัดแย้งรุนแรงมีการปะทะกันทั้งทางกำลังและการทูต

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่าถ้าประชาชนสังเกตจะเห็นว่าตนใช้เวลาอยู่ตามแนวรบชายแดนมากเป็นพิเศษ เพราะพรรคภูมิใจไทยที่ตนเป็นหัวหน้ามี สส. แทบทุกจังหวัดในแนวชายแดน ทำให้ตนต้องไปพบประชาชนเป็นปกติ ทั้งบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ตราด จันทบุรี สระแก้ว ปราจีนบุรี ช่วงที่เรามีการสู้รบและสถานการณ์ที่ตึงเครียด ตนใช้ความเป็นนายกฯ ที่กำกับดูแลเรื่องความมั่นคงลงไปคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ปฏิบัติภารกิจทางด้านมั่นคง ปกครอง และสาธารณสุข มีโอกาสไปยืนบนพื้นที่สู้รบทำให้เห็นสภาพแวดล้อม นี่คือจุดที่เวลาไปชี้แจงกับใครไม่ว่าจะเป็นผู้นำหรือตัวแทนประเทศอื่น ๆ จะใช้การรายงานผลจากเจ้าหน้าที่ที่ส่งไป แต่สำหรับประเทศไทยตนคือเจ้าหน้าที่คนนั้นและมีสถานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล

ดังนั้นเวลามีการกล่าวหา หรือบอกว่าได้รับรายงานว่าไทยทำอย่างนั้นอย่างนี้รังแกประเทศที่อ่อนแอกว่า ตนสามารถชี้แจงได้อย่างมั่นใจ ด้วยหลักฐานภาพถ่ายที่ตนถ่ายด้วยตัวเอง ไม่ต้องหลบสายตาใคร ส่วนที่เท็จเราก็แก้ไข ทุกประเทศที่มาพบกับตนเพื่อต้องการข้อมูลเหล่านี้ก็ได้รับการชี้แจงว่าประเทศไทยดำรงสถานะด้วยความเหมาะสมทุกประการ และเป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องทำในการรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนและแผ่นดิน

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่าการเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้ก็ได้ถือโอกาสคุยกับยูเนสโก ซึ่งแจ้งว่ากัมพูชาได้ไปร้องขอให้ไปสำรวจวัดที่จดทะเบียนมรดกโลกว่าได้รับผลกระทบจากการที่ประเทศไทยโจมตีในช่วงที่มีการสู้รบหรือไม่ ตนบอกไปว่ายินดีที่ทุกประเทศจะร้องขอการดำเนินการต่าง ๆ จากองค์กรนานาชาติ แต่ถ้าเป็นเรื่องมรดกโลกได้รับผลกระทบจากการสู้รบหรือการปะทะจากการโจมตีทางการทหาร ก็ขอให้มาสำรวจประเทศไทยด้วย อย่าไปสำรวจประเทศที่ร้องขอประเทศเดียว ควรที่จะแจ้งไปยังประเทศคู่กรณีที่มีชายแดนติดกันจะได้เห็นว่าไม่ได้เป็นการสู้รบจากการโจมตีฝ่ายเดียว แต่ตรงกันข้ามประเทศไทยดำรงตนอยู่ในสถานะเป็นผู้ปกป้องอธิปไตย ซึ่งตนก็พูดกับประธานาธิบดีฝรั่งเศสว่าไทยเป็นฝ่ายปกป้องตัวเองมากกว่า แต่หากมีการรุกรานเข้ามาเราก็จัดเต็ม ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลชี้แจงให้ประชาคมโลกรับทราบ

Related Posts

Send this to a friend