‘อภิสิทธิ์’ ยื่นหนังสือแนะ ‘ภราดร’ จัดการงบแก้น้ำท่วมภาคใต้ ชี้เป้าขุดลอกคลอง-ตั้งศูนย์อพยพ-ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
วันนี้ (15 ก.ค. 69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณป้องกันน้ำท่วมภาคใต้
นายอภิสิทธิ์ระบุว่า การยื่นหนังสือเสนอมาตรการรองรับน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ เนื่องจากประชาชนยังขาดความมั่นใจในความปลอดภัยและเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย โดยมีข้อเสนอสำคัญที่ต้องการเน้นย้ำ 3 ประการ ได้แก่
1.การจัดสรรงบประมาณขุดลอกคลองและซ่อมแซมอุปกรณ์ที่เสียหายจากปี 2568 โดยเฉพาะในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ที่เงินสะสมไม่เพียงพอ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าต้องการงบประมาณ 270 ล้านบาท หากไม่ได้รับการจัดสรรจะมีความเสี่ยงต่อการป้องกันและรับมือน้ำท่วม
2.การกำหนดแผนอพยพและศูนย์พักพิงที่เป็นระบบ โดยเสนอให้ระดับจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักในการแจ้งเตือนและบริหารจัดการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
3.การดูแลเรื่องสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) แม้รัฐบาลจะอนุมัติโครงการ แต่ประชาชนบางส่วนอาจไม่ผ่านการพิจารณาจากธนาคารเนื่องจากติดปัญหาเครดิตบูโร จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบด้านก่อนเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อป้องกันผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน
ด้านนายภราดรชี้แจงว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาประชุมคณะกรรมการร่วมรัฐและเอกชน (กอร.) ร่วมกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สำนักงบประมาณ กรมชลประทาน และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อเร่งรัดโครงการป้องกันน้ำท่วมให้แล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลาก โดยเฉพาะโครงการคลอง ร.1 รวมถึงโครงการของกรมชลประทาน นอกจากนี้ จังหวัดใกล้เคียงอีก 5 จังหวัดเตรียมเสนอของบกลางประมาณ 700-800 ล้านบาทในสัปดาห์หน้า เพื่อเร่งอุดจุดรั่วซึมป้องกันน้ำท่วมเบื้องต้น
สำหรับเรื่องการเตือนภัย ขณะนี้รัฐบาลกำลังจัดทำคู่มือประชาชน ส่วนข้อเสนอที่ให้จังหวัดเป็นเจ้าภาพแจ้งเตือนและบริหารศูนย์อพยพอย่างเป็นระบบนั้น รับเรื่องไว้และจะนำไปหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อเตรียมการในช่วง 3-4 เดือนหลังจากนี้
นายภราดรกล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการเยียวยาและการลงทุนเตรียมออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังดูแลรายละเอียดในเรื่องนี้













