เลขาฯ กกต. รับรู้ประชาชนคาดหวังการเลือกตั้ง แต่ย้ำต้องยึดหลักกฎหมายมากกว่าความถูกใจ
เลขาฯ กกต. รับรู้ความคาดหวังประชาชนทุกครั้งที่จัดเลือกตั้ง แต่ย้ำต้องยึดหลักกฎหมายมากกว่าความถูกใจ ชี้นักการเมืองมักอ้างประชาชนสร้างความชอบธรรม พร้อมยกบทเรียนผ่าน 3 รัฐธรรมนูญ สะท้อนปัญหาการเมืองไทยอยู่ที่คน แม้กติกาเปลี่ยนแต่ผู้เล่นยังหน้าเดิม 100%
วันนี้ (15 พ.ค. 69) เวลา 13.00 น. ที่โรงแรมทรีซิ้กตี้ไฟว์ พัทยา จ.ชลบุรี ในกิจกรรมสัมมนาสื่อมวลชนสัญจร ครั้งที่ 1 การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงการทำงานของ กกต. และบทบาทขององค์กรอิสระ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการปฏิรูปองค์กรอิสระ ว่า ทุกการเลือกตั้ง ประชาชนมีความคาดหวังต่อ กกต. ซึ่งองค์กรรับรู้ถึงความคาดหวังเหล่านั้นมาโดยตลอด
นายแสวงกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กรอิสระ รวมถึงในช่วงการทำประชามติที่มีการหยิบประเด็นดังกล่าวมาเป็นเงื่อนไขหนึ่งของการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนยังสนใจความเป็นไปของบ้านเมือง และต้องการเห็นประเทศพัฒนาไปตามเป้าหมายที่รัฐธรรมนูญออกแบบไว้ หนึ่งในคำวิจารณ์ที่ กกต. ได้ยินอยู่เสมอ คือคำถามว่าองค์กรอิสระยึดโยงกับประชาชนหรือไม่ หรือทำหน้าที่ได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ในความเป็นจริง องค์กรอิสระไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน ล้วนเกิดขึ้นจากข้อจำกัดของระบบการเมืองที่ไม่สามารถตอบสนองต่อประชาชนได้ครบถ้วน
นายแสวงอธิบายว่า ข้อจำกัดของประชาธิปไตยแบบคลาสสิกมีทั้งเรื่องประสิทธิภาพในการจัดสรรผลประโยชน์ในสังคมที่ซับซ้อน และเรื่องความชอบธรรม โดยเฉพาะในยุคที่อัตราการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งลดลงทั่วโลก ทำให้เกิดคำถามว่าการอ้างเสียงข้างมากสามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนทั้งหมดได้จริงหรือไม่
พร้อมยกตัวอย่างว่า ประเทศไทยใช้ระบบเลือกตั้งที่ผู้ได้คะแนนมากที่สุดเพียงรอบเดียวเป็นผู้ชนะ แม้บางครั้งผู้ชนะอาจได้คะแนนเพียงร้อยละ 40 ขณะที่อีกกว่าร้อยละ 60 เป็นฝ่ายแพ้ จึงเป็นโจทย์สำคัญของระบอบประชาธิปไตย และหากระบบการเมืองสามารถตอบสนองผลประโยชน์ของประชาชนได้อย่างแท้จริง อาจไม่จำเป็นต้องมีองค์กรอิสระก็ได้ แต่ข้อจำกัดลักษณะนี้เกิดขึ้นทั่วโลก
นายแสวงกล่าวอีกว่า องค์กรอิสระเกิดขึ้นภายใต้หลักประชาธิปไตยของชาติ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายการเมือง ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยปราศจากความยึดโยงกับประชาชน เพียงแต่รูปแบบการยึดโยงของแต่ละประเทศแตกต่างกันไป ส่วนประเทศไทยนั้น องค์กรอิสระผ่านกระบวนการสรรหาที่เกี่ยวข้องกับวุฒิสภา ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบตามรัฐธรรมนูญในแต่ละยุค และทุกวันนี้ยังมีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง เพราะระบบการเมืองไทยอาจยังไม่ลงตัว แต่ไม่ใช่หมายความว่าองค์กรอิสระในปัจจุบันไม่ได้ทำงานเพื่อประเทศชาติ เพียงแต่บางฝ่ายอาจตั้งคำถามเรื่องที่มา หรือความรู้สึกว่ายังไม่ยึดโยงกับประชาชนมากพอ ย้ำว่า องค์กรอิสระมีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายการเมือง และในทางปฏิบัติ บางครั้งการทำงานอาจไม่ถูกใจประชาชน เพราะการปฏิบัติหน้าที่ต้องยึดตามกฎหมาย ไม่สามารถทำตามแรงกดดันทางการเมืองหรือความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ หากบ้านเมืองจะเดินหน้าต่อได้ ต้องอยู่บนกติกาที่เป็นธรรม
นายแสวงยังกล่าวถึงประสบการณ์ส่วนตัวว่า เคยเป็นหัวหน้าทีมยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 และผ่านการเห็นรัฐธรรมนูญมาแล้วหลายฉบับ แม้กฎหมายจะเปลี่ยนไป แต่ผู้เล่นทางการเมือง ผู้สมัคร และผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังเป็นคนกลุ่มเดิม จึงทำให้ปัญหาหลายอย่างยังคงอยู่ ผู้เล่นดี ผู้เลือกดี กรรมการดี 3 อย่างนี้ดี มันก็ไปได้ดี ย้ำว่า กกต. รับรู้ถึงความคาดหวังของประชาชน แต่การทำหน้าที่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อให้การแข่งขันทางการเมืองเป็นไปตามกติกาเดียวกัน และไม่เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง












