POLITICS

‘สีหศักดิ์’ ร่วมประชุม BRICS ชูบทบาทขั้วอำนาจใหม่กำหนดระเบียบโลก

‘สีหศักดิ์’ ร่วมประชุม BRICS ชูบทบาทขั้วอำนาจใหม่กำหนดระเบียบโลก มุ่งรักษาระบบพหุภาคี หนุนนวัตกรรม-เศรษฐกิจสีเขียว ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง พร้อมประกาศขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับแอฟริกา

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ และประเทศหุ้นส่วน (BRICS) ว่า การประชุมครั้งนี้ สาธารณรัฐอินเดียเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นการครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้ง BRICS สิ่งสำคัญของ BRICS คือกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาและที่กำลังจะก้าวขึ้นมา ซึ่งเป็นขั้วอำนาจที่มีบทบาทสำคัญ โดยสิ่งที่ BRICS พยายามจะมีบทบาทคือ เป็นกลุ่มที่อยากมีส่วนร่วมเพื่อกำหนดทิศทางของระเบียบโลกให้มากขึ้น เพราะระเบียบของโลกในปัจจุบัน ถูกสร้างขึ้นมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยประเทศตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงหนึ่ง แต่ในปัจจุบันมีการสะท้อนกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา รวมถึงบทบาทของขั้วอำนาจใหม่ ที่ตอนนี้มีหลายขั้วอำนาจ

การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นช่วงที่ระเบียบของโลกกำลังถูกท้าทายจากการดำเนินการต่าง ๆ โดยมหาอำนาจที่เห็นว่า ไม่ต้องการที่จะยึดอยู่กับระเบียบของโลกอีกแล้ว ซึ่งจะสังเกตได้จากสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง ฉะนั้นจะทำอย่างไรที่จะให้กลุ่มประเทศ BRICS รักษากติการะหว่างประเทศ รวมถึงรักษาระบบพหุภาคีในช่วงสถานการณ์ที่ถูกบั่นทอน ซึ่งช่วงนี้ประเทศไทยก็เป็นห่วงสถานการณ์ตะวันออกกลาง เพราะผลกระทบไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ยังกระทบไปจนถึงอาเซียน ในเรื่องของวิกฤตพลังงาน รวมถึงความมั่นคงด้านอาหาร

ในที่ประชุมนี้มีการหารือว่าจะทำอย่างไรในกลุ่มประเทศเพื่อที่จะร่วมมือกันให้เข้มแข็ง โดยขณะนี้มีประเทศสมาชิก 20 ประเทศ ขณะนี้ก็มีประเทศหุ้นส่วนอีกหลายประเทศ ซึ่งหัวข้อปีนี้ได้ดูให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของโลกก็คือ Resilience, Innovation, Cooeration and Sustainability ตอนนี้โลกที่กำลังผันแปรจำเป็นที่จะต้องรับมือกับความเสี่ยงต่าง ๆ เพราะความเข้มแข็งก็มาจากการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือต่อกันให้แน่นแฟ้น

สิ่งที่ห่วงอีกก็คือ ความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมมือกัน ด้านการขับเคลื่อนนวัตกรรม ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันเพราะทุกประเทศต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ รวมถึงเศรษฐกิจสีเขียว มีการหารือกันว่าจะร่วมมือกันอย่างไร และความร่วมมือปัจจุบันก็เป็นส่วนหนึ่งของพหุภาคี แต่ก็ไม่ได้เข้มแข็งเหมือนเมื่อก่อนเพราะความท้าทายที่กำลังเผชิญอยู่ก็ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ภัยพิบัติ การแพร่ระบาดของโรคต่าง ๆ และการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี ค.ศ.2030

สำหรับในส่วนของประเทศไทย สิ่งที่ได้มีการเน้นก็คือ รายละเอียดที่เคยได้ไปร่วมประชุมอาเซียนมาแล้ว เพราะมีความเกี่ยวข้องกับการประชุม BRICS ในครั้งนี้ด้วย โดยที่ประชุมอาเซียนได้มีการพูดถึงโลกที่ผันแปร และการร่วมมือกันในระดับภูมิภาค ซึ่งอาเซียนก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดี ขององค์กรภูมิภาคต่างๆที่มีกติการะหว่างประเทศ ดังนั้นความร่วมมือในระดับภูมิภาค และ ระหว่างภูมิภาค ก็เป็นสิ่งสำคัญ

นอกจากนี้ในเรื่องของความเข้มแข็ง ก็ต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศของตนเองก่อน และต้องบริหารจัดการภายในให้ดี ขณะเดียวกันก็ต้องร่วมมือในระดับภูมิภาคที่มีประเด็นความท้าทายร่วมกัน อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้โลกก็เผชิญกับความท้าทายมากมาย โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ตะวันออกกลาง แต่ละประเทศจะไม่แสดงท่าทีอะไรเลยก็ไม่ได้ โดยประเทศไทยก็มีความต้องการเห็นสันติภาพและต้องการให้เกิดการแก้ไขด้วยการเจรจา และประเทศไทยเอง ก็ได้มีการประกาศนโยบายเพิ่มความร่วมมือในกลุ่มประเทศแอฟริกา เพราะถือเป็นตลาดใหม่ทางเศรษฐกิจ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ก็มีหลายประเทศจากกลุ่มแอฟริกามาร่วมประชุมด้วยทั้งเอธิโอเปีย ไนจีเรีย อียิปต์ เป็นต้น ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ไทยจะประกาศนโยบายสู่กลุ่มประเทศแอฟริกาในที่ประชุมนี้

Related Posts

Send this to a friend