‘ทนายชา’ ยื่นฟ้อง กกต. ปมออกแบบคูหาหน่วยเลือกตั้ง-ประชามติซ้ำซ้อน
‘ทนายชา’ ยื่นฟ้อง กกต. ปมออกแบบคูหาหน่วยเลือกตั้ง-ประชามติซ้ำซ้อน ขอศาลปกครองทุเลาการบังคับใช้เร่งด่วน หวั่นประชาชนเสียสิทธิ พร้อมจ่อแจ้งความดำเนินคดีอดีตรองนายกฯ เอาผิด พ.ร.บ.ประชามติ 19 ม.ค.นี้
วันนี้ (15 ม.ค. 69) นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย หรือ “ทนายชา” เปิดเผยภายหลังยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อศาลปกครองกลาง กรณี กกต.ออกระเบียบกำหนดรูปแบบหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน โดยเห็นว่าเป็นการออกแบบขั้นตอนที่ซับซ้อนและขัดต่อกฎหมายประชามติซึ่งกำหนดให้รัฐต้องอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
นายธนู ระบุว่า ระเบียบดังกล่าวกำหนดให้ประชาชนต้อง “เข้าคิวสองรอบ” คือ รับบัตรเลือกตั้ง เข้าคูหา หย่อนบัตรเลือกตั้ง ก่อนจะไปเข้าคิวใหม่เพื่อรับบัตรประชามติและออกเสียงอีกครั้ง ทั้งที่สามารถทำให้สะดวกกว่านี้ได้
“วิธีที่ง่ายกว่านั้นคือ รับบัตรทีเดียวสองใบ เข้าคูหาครั้งเดียว แล้วหย่อนบัตรสามกล่องจบ แต่นี่กลับทำให้ซับซ้อน” นายธนู กล่าว
นายธนู เห็นว่า การกำหนดขั้นตอนเช่นนี้ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายประชามติที่เขียนชัดว่าต้องใช้วิธีการที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเฉพาะเมื่อการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติเป็น “หน้าที่ตามกฎหมาย” หากไม่ไปใช้สิทธิ์จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองถึง 2 ปี
“กฎหมายกำหนดให้ประชาชนมีหน้าที่ รัฐก็ต้องมีหน้าที่อำนวยความสะดวก แต่วิธีที่ กกต.กำหนดมานี่ไม่ใช่การอำนวยความสะดวก แต่เป็นการสร้างภาระ” นายธนู กล่าว
สำหรับคำร้องต่อศาล นายธนู ขอให้ศาลปกครองมีคำสั่ง 2 ประการ คือ 1. เพิกถอนรูปแบบการออกแบบหน่วยเลือกตั้งและหน่วยประชามติในลักษณะดังกล่าว และ 2. สั่งให้ กกต.จัดการใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมายและเอื้อต่อความสะดวกของประชาชน พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่ง “ทุเลาการบังคับใช้” ระเบียบนี้เป็นการชั่วคราว เนื่องจากเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนวันเลือกตั้งและประชามติ 8 กุมภาพันธ์
“ถ้าดำเนินตามขั้นตอนปกติ คำพิพากษาอาจออกมาไม่ทันวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ผมจึงขอให้ศาลทุเลาการออกแบบตรงนี้ไปก่อน และพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน” นายธนู กล่าว พร้อมระบุว่า ได้แจ้งศาลแล้วว่าจะนั่งรอฟังคำสั่งอยู่ที่ศาลในวันนี้
นายธนู ยังแสดงความกังวลว่า หากใช้รูปแบบดังกล่าวจริง ประชาชนจำนวนหนึ่งอาจเข้าใจว่าเมื่อหย่อนบัตรเลือกตั้งเสร็จแล้วก็สามารถกลับบ้านได้ โดยไม่ทราบว่ายังต้องออกเสียงประชามติต่อ
“จะต้องมีคนเสียสิทธิ์เพราะเหตุแบบนี้กี่คน เป็นสิ่งที่เราคาดเดาไม่ได้” นายธนู กล่าว
นอกจากนี้ นายธนู ยังวิพากษ์การประชาสัมพันธ์ของ กกต. ว่ายังไม่เข้าถึงประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิด
“การหาเช้ากินค่ำไม่มีเวลามานั่งอ่านคู่มือหรอก ถ้าคุณตั้งใจสื่อสารจริง งบประชาสัมพันธ์เป็นร้อยล้านเป็นพันล้าน ควรทำคลิป ทำสื่อออกทีวี ออกโซเชียล ซึ่งผมยังไม่เห็น” นายธนู กล่าว
นายธนู ระบุด้วยว่า ในวันจันทร์ที่ 19 ม.ค. เวลา 11.00 น. จะเดินทางไปแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ประชามติ กับอดีตรองนายกรัฐมนตรีรายหนึ่ง กรณีออกมาพูดข้อความที่ตนเห็นว่าเป็นเท็จและมีเจตนาทำให้ประชาชนไม่กล้าออกมาใช้สิทธิ์
“ปี 2559 ประชาชนธรรมดารณรงค์แค่นิดเดียวก็ถูกดำเนินคดีแล้ว ถึงเวลาที่นักการเมืองระดับอดีตรองนายกรัฐมนตรีต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ประชามติบ้าง” นายธนู กล่าว
นายธนู ทิ้งท้ายว่า หากศาลเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน อาจมีคำสั่งภายในไม่กี่วัน ซึ่งจะทำให้ทราบก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่ารูปแบบการออกเสียงประชามติจะเป็นอย่างไร แต่หากศาลไม่เห็นว่าเร่งด่วน ก็ต้องลุ้นว่าคำสั่งจะออกมาทันวันเลือกตั้งและประชามติหรือไม่












