POLITICS

ปชน. มอบ ‘หมอวาโย‘ รวมข้อมูลร้องศาลอาญาทุจริตฯ เอาผิด กกต.-เลขาฯ

ปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง บอกเป็นช่องโหว่อาจกระทบเลือกตั้งหน้า

วันนี้ (14 ก.พ.69) นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาชน และ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน แถลงข่าว ความคืบหน้าติดตามการตรวจสอบการทำงานของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้ง

นายพริษฐ์ กล่าวว่าเจตนาของพรรคประชาชนตลอด 4-5 วันที่ผ่านมาคือ การตรวจสอบความโปร่งใสการเลือกตั้งปี 69 ไม่ได้มีเจตนาเพื่อมุ่งจะเปลี่ยนผลการเลือกตั้ง ไม่ใช่ว่าไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นแต่จำเป็นต้องตรวจสอบความโปร่งใสเพื่อปกป้องเสียงของประชาชนทุกคนว่าถูกบันทึกอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะกาให้กับพรรคไหนก็ตาม เราต้องการให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ทำหน้าที่อย่างบกพร่องหรือจงใจทุจริตต้องรับผิดชอบต่อกฎหมาย เพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานให้การเลือกตั้งในอนาคต ประชาชนเชื่อมั่นเชื่อถือได้

สำหรับกรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งการแถลงข่าวของ กกต.มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าบาร์โค้ดและคิงอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งที่สามารถระบุเลขที่บัตรได้อย่างเจาะจง หรือบัตรแต่ละใบมีบาร์โค้ดที่ไม่เหมือนกัน สามารถระบุตัวตนของคนที่ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ การลงคะแนนเสียไม่เป็นไปโดยลับตามหลักการที่เราเข้าใจมาโดยตลอด

ข้อมูลที่ยืนยันเมื่อวานเมื่อใส่บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด จะทำให้ระบุตัวตนของผู้ที่หย่อนบัตรได้ โดยการเอา 3 องค์ประกอบมารวมกันคือ บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วที่มีรหัสที่เชื่อมกับบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในแต่ละหน่วย การย้อนตรวจว่าบัตรใบไหนเป็นคนกา จึงสามารถทำได้ทำให้การและตั้งครั้งไม่เป็นไปโดยลับ

การมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดเป็นการเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ ทำให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนใดคนหนึ่งใช้ประโยชน์ดังกล่าวเพื่อตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนให้กับใคร กกต.มีการชี้แจงว่าบัตรที่ลงคะแนนไปและตัวต้นขั้วถูกเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย หากมีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งหรือผู้สมัครคนใดคนหนึ่งรู้ระบบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาก่อน ผู้สมัครและพรรคการเมืองคนนั้นสามารถออกแบบกระบวนการตรวจสอบว่าใครลงคะแนนเสียงอย่างไรโดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงตัวบัตรเลือกตั้งหรือต้นขั้วที่ กกต.เก็บไว้ ยกตัวอย่าง การใช้อำนาจเงินข่มขู่หรือจูงใจให้คนหนึ่งมาเลือกตนเอง สามารถบอกผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคนนั้นได้ว่า เวลาที่เข้าคิวก่อนจะลงลายมือชื่อผู้มีสิทธิ์ให้จำตัวเลขที่ต้นขั้วแล้วมาบอกก็สามารถบันทึกไว้ได้ ในฐานะผู้สมัครส่งผู้สังเกตการณ์ไปดูรายงานการนับคะแนน ตั้งกล้องถ่ายภาพบัตรทุกใบที่มีการนับและนำภาพมาสแกนดูว่าแต่ละใบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดตรงกับรหัสอะไร หรือกรณีที่ กปน.ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขอให้ กปน.แอบถ่ายภาพต้นขั้วเลือกตั้งมาได้

แม้ กกต.พยามบอกว่าเก็บบัตรเลือกตั้งต้นขั้วอย่างดี แต่ถ้าพรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนไหนรู้ก่อนก็สามารถใช้ระบบในการตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนอย่างไรโดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงตัวบัตรหรือต้นขั้วที่ กกต.เก็บไว้ แม้ กกต.จะพยามชี้แจงว่าทำไปเพื่อรักษาความปลอดภัย เชื่อไว้ก่อนว่ามีเจตนาที่ดีแต่การออกแบบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ทำให้การเลือกตั้งอาจจะไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ทำให้อาจจะกระทบกับความปลอดภัยของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

เรามีความกังวลว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่จะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งถัดไป เมื่อมีการเก็บบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วไว้ วันใดวันหนึ่งในอนาคตข้อมูลดังกล่าวรั่วไหลมีบุคคลใดเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว จะทำให้คนนั้นสามารถทราบถึงข้อมูลโดยละเอียดว่าประชาชนลงคะแนนให้กับพรรคใด เป็นข้อมูลที่อ่อนไหวและอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง เป็นข้อมูลที่สร้างความได้เปรียบเสียเปรียบในสนามการเลือกตั้งในอนาคตได้

พรรคประชาชนจึงมอบหมายให้ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อเท็จจริงและทำคำร้องเพื่อยื่นฟ้องศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้งและเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราหนึ่งข้อ 157 ละเว้นปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ขณะที่การตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีบัตรสองใบ บัตรแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่เท่ากันแม้ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ตามหลักการเวลาไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งจะได้บัตรสีเขียวกับบัตรสีชมพูในเขตเลือกตั้งหนึ่ง บัตรเลือกตั้งทั้งสองใบไม่ควรจะแตกต่างกัน ควรจะเท่ากัน กกต.อ้างว่าเป็นข้อผิดพลาดจากการรายงานผลในเว็บไซต์ ไม่ว่ากระบวนการรายงานจะมีปัญหาแค่ไหนแต่เป็นคนละเรื่องกันกับหลักฐานที่เราได้มทาจากบอร์ดการรายงานผลแต่ละเขตเลือกตั้งด้วย

นายพริษฐ์ กล่าวว่ากรณีนี้เราต้องการทำให้สิ้นข้อสงสัยถึงตัวเลขที่คลาดเคลื่อน เรียกร้อง กกต.ให้ชี้แจงว่าเหตุใดข้อมูลคลาดเคลื่อน เพราะเราดึงข้อมูลมาจากการรายงานคะแนนผลการเลือกตั้ง และให้เปิดเผยข้อมูลรายหน่วยในแบบ สส.5/18 ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ กกต.เปิดอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ครบทุกหน่วย รวมถึงใบ สส.5/11 หรือใบขีดคะแนน แม้กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ถ้า กกต.เปิดจะทำให้มีความโปร่งใสมากขึ้นและสิ้นข้อสงสัยได้ในบางกรณี

นายกิตติชัย กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา 57 เรื่อง ซึ่งฝ่ายกฎหมายได้ขอให้ตรวจสอบไปยัง กกต.ทั้งหมด 37 เรื่อง ส่วนเว็บไซต์ Report 69 ของพรรคประชาชน มีเรื่องร้องเรียน 4,000 กว่าเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต พรรคประชาชนตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้อมูลและข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การร้องเรียนได้ 1,260 เรื่อง ฝ่ายกฎหมายได้ดำเนินการตรวจสอบ และจะส่งให้ผู้สมัครร้องคัดค้านในการประกาศผล

นายกิตติชัย ยังได้เปิดคลิปวิดิโอบ่อขยะแห่งหนึ่งหลังแฟลตเทศบาลเมืองสมุทรปราการ ซึ่งประชาชนพบมีการทิ้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้งรวมถึงใบ สส.5/11 หรือใบขีดคะแนนที่เพิ่งใช้ในวันที่ 8 ก.พ.69 ซึ่งประชาชนได้ไปลงบันทึกประจำวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวมองว่า กกต.คงไม่กำหนดให้เป็นที่รวมหีบบัตร เพราะเมื่อตรวจสอบไปที่จังหวัดสมุทรปราการ เขต 6 จุดที่กำหนดให้เป็นที่รวมหีบอยู่ห่างจากบ่อขยะ 8 กิโลเมตร จึงขอให้ กกต.และ กกต.ประจำจังหวัดสมุทรปราการ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงต่อประชาชนให้รับทราบโดยเร็ว เพราะใบ สส.5/11 การจะทำลายหรือทิ้งได้ ต้องมีมติจาก กกต.ก่อน โดยวันที่ 16 ก.พ.นี้ นายวีรภัทร คันธะ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 6 จะนำหลักฐานไปร้องต่อ กกต.ด้วย

Related Posts

Send this to a friend