POLITICS

‘โรม’ เตือนนายกฯ อย่าหลงกล ‘ฮุน เซน’ เอาคำพูดกัมพูชามาใช้หาเสียง

‘โรม’ เตือนนายกฯ อย่าหลงกล ‘ฮุน เซน’ เอาคำพูดกัมพูชามาใช้หาเสียง ร้องโอ๊ยหลังถูกเหน็บกลัว ‘ภูมิใจไทย’ โยนประชาชนตัดสิน แก้ปัญหาแบบอนุทิน เข้มแข็งหรือไม่ ถามตกลง “มีทิน มีนัสต่อใช่หรือไม่”

วันนี้ (14 ม.ค. 69) ในเวทีเสวนา “Zero Corruption กกร. และเพื่อน ไม่ทน หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี” ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐมนตรีอาวุโสของประเทศกัมพูชาออกมาแสดงท่าทีสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง รวมถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้นายรังสิมันต์มีการพาดพิงถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในลักษณะโหนกระแส

นายรังสิมันต์ ระบุว่า ตนเองไม่อยากขยายความประเด็นดังกล่าวมากนัก เนื่องจากไม่ต้องการให้เรื่องชาตินิยมถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการหาเสียงทางการเมือง สาระสำคัญของการหาเสียงควรอยู่ที่นโยบายและเจตจำนงทางการเมืองมากกว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศมีหน้าที่สำคัญในการปกป้องประเทศไทยจากการแทรกแซงกิจการภายในของรัฐต่างชาติ และไม่ควรปล่อยให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น

สิ่งที่นายกรัฐมนตรีไม่ควรทำคือ การนำคำพูดหรือท่าทีของรัฐต่างชาติ ซึ่งไทยเพิ่งมีความขัดแย้งกัน มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์หาเสียงทางการเมือง หน้าที่หลักของผู้นำประเทศคือการปกป้องอธิปไตย ไม่ให้ประเทศไทยถูกแทรกแซงจากภายนอก และหลีกเลี่ยงการขยายผลประเด็นดังกล่าวในทางการเมือง

ตนเองแสดงความเห็นด้วยความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ ไม่ได้ต้องการโจมตีหรือทำลายใครทางการเมือง แต่เมื่อเห็นว่าประเด็นดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการหาเสียง จึงจำเป็นต้องออกมาแสดงจุดยืน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากไม่มีการนำประเด็นนี้ไปขยายผล ก็อาจไม่มีใครออกมาตำหนิท่าทีของกัมพูชาอย่างจริงจัง และฝากให้สังคมพิจารณาถึงบทบาทของรัฐบาลและรัฐมนตรีต่างประเทศด้วย

สำหรับท่าทีของรัฐมนตรีอาวุโสกัมพูชาที่ออกมาแสดงความเห็นต่อการเมืองไทย นายรังสิมันต์ มองว่า เป็นการกระทำที่ไม่ได้หวังดีต่อประเทศไทย และมีเป้าหมายเพื่อสร้างความปั่นป่วน ซึ่งไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติที่ประเทศต่าง ๆ ควรกระทำต่อกัน พร้อมย้ำว่า หากเกิดการเลือกตั้งในกัมพูชา ประเทศไทยก็ควรหลีกเลี่ยงการแสดงท่าทีแทรกแซงในลักษณะเดียวกัน กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะที่ผ่านมา กัมพูชาแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าไม่ได้มีความหวังดีต่อประเทศไทย จึงเตือนทุกฝ่ายไม่ให้หลงกลหรือเล่นตามเกมที่ถูกกำหนดขึ้นมา ส่วนกระแสจากบางเพจอินฟลูเอนเซอร์ที่โจมตีตนเองว่าไปวิจารณ์นายกรัฐมนตรี ทั้งที่ต้นตอของปัญหามาจากต่างประเทศ โดยย้ำว่าจำเป็นต้องพิจารณาพฤติกรรมของผู้นำรัฐบาลไทยควบคู่กันไป

การแสดงความเห็นของตนเองไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำร้ายทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใดหรือมาจากขั้วการเมืองใด แต่ต้องการเตือนสติให้ผู้นำประเทศทำหน้าที่ปกป้องประเทศไทยจากการแทรกแซงกิจการภายในของรัฐต่างชาติอย่างจริงจัง

ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ออกมาตอบโต้การเคลื่อนไหวของตน โดยระบุว่าตนเอง “กลัว” นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “โอ๊ย เราไม่ต้องกลัวอะไรเลย” เราไม่ได้ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ต้องถามเราเอาอะไรมามากลัว ซึ่งลองยกตัวอย่างปัญหาของประเทศเราปัญหาน้ำท่วม ปัญหา PM 2.5 ปัญหาอะไรต่าง ๆ แล้วเติมคำว่า “แบบอนุทิน” เช่น แก้ปัญหาน้ำท่วมแบบอนุทิน แก้ปัญหา PM 2.5 แบบอนุทิน แก้ปัญหาภัยพิบัติแบบอนุทิน แก้ปัญหาโควิดแบบอนุทิน แก้ปัญหาสแกมเมอร์แบบอนุทิน เพราะที่ผ่านมาเราก็รู้กันดีอยู่แล้วว่านายอนุทินทำได้หรือไม่ เรื่องนี้ตนเองมองว่าพี่น้องประชาชนลองไปพิจารณากันดู วันนี้สิ่งที่รัฐบาลภูมิใจไทยดำเนินการอยู่ นอกจากมีบ้านใหญ่ต่าง ๆ ที่เข้ามา คิดว่านโยบายต่าง ๆ มีความเข้มแข็งมากแค่ไหน มีความพร้อมแค่ไหน

“ที่สำคัญก็คือว่าที่มันต้องถามกันให้ขาด มีมีทินมีนัดหรือเปล่านะครับ ตกลงท่านจะอุ้มธรรมนัสต่อไปเรื่อย ๆ ใช่ไหม”

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตนเองอยากให้พี่น้องประชาชนลองถามกันดู เพราะว่าตนเองคิดว่าถ้าถ้ายังมีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ต่อไปในการเมืองไทยในวันข้างหน้าประเทศไทยน่าเป็นห่วง ส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยว่าการเคลื่อนไหวของรัฐมนตรีกัมพูชาอาจมีนักการเมืองไทยอยู่เบื้องหลังหรือได้รับผลประโยชน์นั้น ตนเองไม่สามารถฟันธงได้ว่ามีฝ่ายใดได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้หรือไม่ แต่ท่าทีของกัมพูชามีความพยายามสร้างแนวร่วมในมุมกลับ ซึ่งย่อมสะท้อนว่าฝ่ายตรงข้ามอาจคาดหวังให้มีใครบางคนได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว ไม่ว่าพรรคการเมืองนั้นจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ประเทศไทยสามารถควบคุมได้คือท่าทีและการตัดสินใจของตนเอง จึงขอเตือนทุกฝ่ายไม่ให้หลงกลหรือเล่นตามเกมทางการเมืองของสมเด็จฮุน เซน

Related Posts

Send this to a friend