‘แสวง’ เผย ได้รับคำร้อง ‘วิโรจน์’ ขอสอบปมคุกคาม ‘ธนาธร’ แล้ว
‘แสวง’ เผยได้รับคำร้อง ‘วิโรจน์’ ขอสอบปมคุกคาม ‘ธนาธร’ ชี้ ต้องแยกกฎหมายเลือกตั้ง หรืออาญา สรุปเลือกตั้ง อบต. ชี้ บัตรเสียน้อยลง ประชาชนเริ่มเข้าใจกระบวนการมากขึ้น ย้ำ เลือกตั้งต้องเป็นสนามประชาธิปไตย ไม่ใส่ร้าย-คุกคาม พร้อมเดินหน้าจัดการคลิป-โพสต์ผิดกฎหมาย
วันนี้ (14 ม.ค. 69) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์สรุปภาพรวมการเลือกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทั่วประเทศ ระบุว่า ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตัวเลขหลายด้านดีกว่าที่คาดหมายไว้
นายแสวง กล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้น พบว่า ผลการเลือกตั้งนายก อบต. ผ่านเกณฑ์ประมาณร้อยละ 70 และที่น่าสนใจคือ จำนวนบัตรเสียลดลงอย่างชัดเจน สะท้อนว่าประชาชนมีความเข้าใจในกระบวนการเลือกตั้งมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่ยังพบกรณี “โนโหวต” มีจำนวนมากกว่าโหวตตัวผู้สมัคร ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยเฉพาะบางพื้นที่ในจังหวัดสงขลาและกระบี่ ซึ่งมีผู้สมัครหลายคน
“กรณีที่ต้องเลือกตั้งใหม่ ผู้สมัครเดิมจะไม่สามารถสมัครได้ ต้องเปิดรับสมัครใหม่ทั้งหมด” นายแสวง กล่าว
สำหรับกระแสข่าวในบางพื้นที่ เช่น จังหวัดอ่างทอง เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือสถานะของผู้สมัคร นายแสวง ระบุว่า ยังไม่ได้รับข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการ และไม่ขอให้ความเห็นเพื่อหลีกเลี่ยงความคลาดเคลื่อน
นอกจากนี้ นายแสวง ยังเปิดเผยถึงการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการหาเสียงที่อาจเข้าข่ายใส่ร้ายผิดกฎหมาย โดยระบุว่า คณะทำงานได้ตรวจสอบ คลิปวิดีโอ 5 คลิป และเรื่องข้อความในโซเชียลที่มีการโพสต์ 34 ข้อความ ซึ่งบางส่วนมีลักษณะก้าวร้าว รุนแรง หรืออาจผิดกฎหมายเลือกตั้ง
“อยู่ระหว่างประมวลผล มีมติจากคณะทำงานเสนอมาแล้ว ถ้าหาก กกต. เห็นชอบตามที่คณะทำงานเสนอ ก็จะมีการดำเนินการจะมีทั้งการลบข้อความ หรือดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจะแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ”
นายแสวง ชี้ว่า หากคลิปหรือข้อความที่เป็นของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองปกติจะไม่ทำกัน เนื่องจากมันถือเป็นหลักฐานสำคัญที่จะมีความผิดทางกฎหมาย ส่วนมากจะเป็นประชาชนกระทำเองมากกว่า ระบุว่า “การทำคลิปหรือเขียนข้อความทางการเมือง เป็นหลักฐานชั้นดีในการทำผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นเตือนว่า ต้องระมัดระวัง” พร้อมเน้นว่า บรรยากาศการเลือกตั้งควรเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย
“อย่าสร้างความสับสน อย่าสร้างความเกลียดชัง หรือใส่ร้ายกัน วันที่ 8 เป็นวันเลือกตั้ง ต้องเป็นการแข่งขันที่ดีและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ”
ส่วนกรณีที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมผู้สมัคร สส. ชลบุรี ยื่นเอกสารต่อ กกต.จังหวัดชลบุรี ขอให้ตรวจสอบกรณีมีกลุ่มบุคคลแสดงพฤติกรรมข่มขู่คุกคาม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ระหว่างร่วมเวทีดีเบต นายแสวง ระบุว่า สำนักงาน กกต.จังหวัดชลบุรีได้รับคำร้องไว้แล้ว
“เขารับเรื่องไว้ตรวจสอบว่า เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ และถ้าเป็นความผิดตามกฎหมายบ้านเมือง เช่น คดีอาญา ก็จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ”
นายแสวง ย้ำว่า ไม่ว่าประชาชนหรือใครก็ตาม ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน การข่มขู่ คุกคาม หรือทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายเลือกตั้งจะรับไว้ทั้งหมด แต่เป็นคดีอาญาที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายทั่วไป
“ถ้ามาร้องที่เรา เราก็จะดำเนินการในส่วนของเรา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”
เลขาฯ กกต. ระบุว่า การแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ หรืออภิปรายโดยสุจริต ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ต้องไม่ใส่ร้ายหรือใช้ข้อมูลเท็จ
“ทุกคนพยายามจะหาคะแนนในสิ่งที่ทำได้และไม่ผิดกฎหมาย ก็ทำไป แต่อย่าเลยข้อกฎหมาย”
สำหรับกรณีการรณรงค์ประชามติ การตั้งคำถามหรือสอบถามผู้สมัครหรือประชาชน สามารถทำได้ภายใต้กรอบกฎหมาย แต่ต้องไม่ล่วงละเมิดสิทธิหรือกดดัน
“อย่าไปโกหก อย่าไปใส่ร้าย อย่าใช้ข้อความอันเป็นเท็จ และอย่าไปบังคับให้เขาตอบ เขาก็มีสิทธิ์ในความเป็นส่วนตัว”
นายแสวง กล่าวว่า กกต.ไม่มีความเห็นต่อการแสดงเชิงสัญลักษณ์หรือกิจกรรมของแต่ละกลุ่มที่รณรงค์เรื่องการออกเสียงเห็นชอบไม่เห็นชอบประชามติ ขอเพียงให้รณรงค์ตามกฎหมาย
“เห็นด้วยไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องของแต่ละกลุ่ม เราทำหน้าที่จัดสนามให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม สรุปคือ ทำได้ แต่อย่าผิดกฎหมาย” นายแสวง กล่าว












