POLITICS

‘แม่เพนกวิน’ ยืนยันลูกชายยังคงปลอดภัยดี หลังมีกระแสข่าวเพนกวินเสียชีวิต ฝากบอกมวลชนให้สบายใจ

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ เสียชีวิตนั้น วันนี้ (11 เม.ย. 64) นางสุรีรัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของ นายพริษฐ์ ได้เดินทางมาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อติดตามและสอบถามเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ โดย นางสุรีรัตน์ ให้สัมภาษณ์กับ The Reporters ระบุว่า จากกระแสข่าวเพนกวินเสียชีวิต วันนี้แม่จึงเดินทางมาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อสอบถามความเป็นจริงจากเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็เมตตาในการนำรูปภาพของเพนกวินที่มีเหล่าบรรดาแกนนำคนอื่นๆ คอยดูแลอยู่ มาให้แม่ดูทำให้แม่รู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากขณะนี้อยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทางเรือนจำพิเศษจึงมีมาตรการไม่ให้แม่เข้าไปไปเยี่ยมลูก

โดย นางสุรีรัตน์ ฝากบอกมวลชนที่เกิดความไม่สบายใจเกี่ยวกับกระแสข่าวนี้ว่า ขอให้ทุกคนสบายใจได้ เพราะข่าวที่ออกมานั้น อาจเป็นการสร้างกระแสให้เกิดความชุลมุนวุ่นวาย วันนี้แม่ได้เดินทางมาพิสูจน์ความจริงแล้ว และขอขอบคุณพ่อแม่มวลชนที่แสดงความห่วงใย เพราะแม่รู้ว่าเพนกวินเสมือนเป็นลูกของพ่อแม่มวลชนทุกคน ที่ผ่านมาเพียงแต่เรื่องการอดอาหารของลูก ก็สร้างความกังวลให้แก่แม่และทุกคนมากพอแล้ว ยิ่งมีกระแสข่าวมาอย่างนี้จึงเข้าใจความรู้สึกของทุกคน และขอให้ทุกคนได้สบายใจ เพราะระหว่างนี้แม่จะเฝ้าติดตามความเป็นไปของลูกอย่างใกล้ชิดและไม่นิ่งนอนใจ จนกว่าทนายความจะสามารถเข้าเยี่ยมเพนกวินได้อีกครั้งในวันศุกร์หน้า

นอกจากนี้ นางสุรีรัตน์ ยังกล่าวถึงอาการของ นายพริษฐ์ ด้วยว่าจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ท่านบอกว่าตอนนี้สุขภาพลูกยังดีอยู่ แต่น้ำหนักลดลงประมาณ 10-20 กก. ซึ่งลูกอาจเคลื่อนไหวร่างกายยากลำบาก แม่จึงเดาว่าเขาสามารถทำได้เพียงภารกิจส่วนตัวเท่านั้น และอาจต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็นและบนเตียงเป็นหลัก ส่วนวันที่ 8 เม.ย. ที่ตนเองได้ไปร่วมสังเกตการณ์กรณีการนัดแกนนำราษฎรไปตรวจสอบพยานหลักฐาน โดยมีการเบิกตัวเพนกวินมาด้วย นางสุรีรัตน์ ระบุว่า ตนเองได้เพียงแต่มองดูลูกชายอยู่ห่างๆ เนื่องจากในวันนั้นศาลมีมาตรการเข้มงวด ในการเข้าไปภายในตัวตึกและไม่อนุญาตให้แม่เข้าไป แต่ช่วงหลังแม่ขอเข้าไป จึงเข้าได้เพียงพื้นที่หน้าห้องพิจารณาคดีเท่านั้น

นางสุรีรัตน์ เล่าบรรยากาศหน้าห้องพิจารณาคดีในวันดังกล่าวว่า “ทนายความได้ทำเรื่องขออนุญาตให้ผู้ปกครองเข้าไปหลายรอบ แต่ไม่ได้รับอนุญาต แม่จึงนั่งข้างหน้าเพื่อรอดูลูกห่างๆ ซึ่งแม่มองว่าโหดร้ายไปหน่อย เมื่อลูกถูกนำตัวมาถึงแม่พยายามตรวจสอบแขนและขาของลูกว่ายังมีอาการเย็นและมีสีดำคล้ำอยู่หรือไม่ และพยายามยื่นมือไปจับลูก แต่ไม่สามารถจับได้ แม่จึงเกิดความสงสัยว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้เข้มงวดถึงเพียงนี้ โดยขณะที่ลูกและแกนนำราษฎรคนอื่นๆ เดินมาถึงนั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ประมาณ 6 คน พากันล้อมหน้าล้อมหลังตัวลูกและคนอื่นๆ จึงรู้สึกว่าเขาเข้มงวดเกินไป เพราะวันนั้นนับเป็นวันสุดท้ายที่เด็กๆ ต้องเดินทางมาศาล นับเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้เจอลูก ก่อนที่จะไม่ได้พบกันอีกหลายวัน”

อย่างไรก็ตาม ผู้เป็นแม่กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้เพนกวินอดอาหารมาเกือบครบหนึ่งเดือนแล้ว จึงไม่รู้ว่าลูกจะอดทนได้แค่ไหน มวลชนจึงได้ร่วมกันทำโครงการรณรงค์เขียนจดหมาย 112 ฉบับ เพื่อส่งให้เพนกวิน เพราะผู้ใหญ่หลายคนได้พยายามบอกเพนกวินให้เลิกอดอาหาร แต่ลูกแน่วแน่จึงไม่ยอมยุติการอดอาหาร ซึ่งทางครอบครัวก็เป็นห่วงสุขภาพของลูก แต่เขายังคงยืนหยัดในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมมีข้ออ้างรูปแบบใหม่มาเรื่อยๆ แม่อยากบอกว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มีความผิด ฉะนั้นแล้ว การจะปล่อยตัวชั่วคราวจึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย ตนเองเชื่อว่าหากลูกได้ออกมาก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้

จึงอยากให้ศาลสถิตยุติธรรมได้ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเสมือนการตัดอนาคตเด็ก เนื่องจากหลังเทศกาลสงกรานต์ลูกจะต้องสอบแล้ว ถ้าไม่ได้สอบอาจต้องดรอปเรียนไว้ จึงอยากขอวิงวอนว่าพอได้แล้ว อย่าทำลายอนาคตประเทศชาติเลย อยากให้มาคุยกันดีๆ เพราะเด็กรุ่นนี้จะเป็นต้นกล้าที่เติบโตมาใหม่ เราเป็นผู้ใหญ่รุ่นเก่าที่ต้องประคับประคองให้เขาแข็งแกร่ง เพื่อจะช่วยเหลือประเทศชาติต่อไปในอนาคต โดยวันนี้เวลา 17:00 น. นางสุรีรัตน์รวมทั้งแม่แกนนำคนอื่นๆ จะเดินทางไปร่วมกิจกรรมยืนหยุดขังกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ในการยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 112 นาที เพื่อร่วมเรียกร้องตามแนวทางสันติวิธีให้ปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังทางการเมืองทุกคน

Related Posts