POLITICS

‘สมชัย’ เสียดาย กม.ลูกส่อแท้ง หลัง กมธ.ทุ่มเททำมาเพื่อประชาชน

‘สมชัย’ เสียดายกฎหมายลูกส่อแท้ง หลัง กมธ. ทุ่มถกระบบมา มองหากมีนัดเพิ่มแล้วล่มอีก จะทำให้สภาฯ ด่างพร้อย

วันนี้ (10 ส.ค. 65) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กล่าวถึงเหตุการณ์รัฐสภาล่มเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ ในวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.ป. เลือกตั้ง ส.ส.

นายสมชัย มองว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะกรรมาธิการได้ทำงานอย่างทุ่มเท เพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ซึ่งแต่เดิมร่างของ คณะรัฐมนตรี ยังมีหลายส่วนที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ไม่ใช่เพียงแค่สูตรคำนวนหาร 100 หรือ 500 เท่านั้น ยังมีประเด็นอื่น เช่นการมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์ ของประชาชนตามหน่วยเลือกตั้งโดยที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งต้องอำนวยความสะดวก หรือการที่ กกต. ต้องประกาศผลคะแนนรายหน่วยซึ่งแต่เดิมไม่มีการประกาศ ภายใน 72 ชั่วโมงหลังการเลือกตั้ง เป็นต้น แต่ในเมื่อสภานี้ไม่สามารถออกกฏหมายได้ตามกำหนดเวลา 15 ส.ค. 65 เว้นแต่ประธานรัฐสภาจะเห็นความสำคัญของเรื่องนี้และเรียกประชุมสมัยวิสามัญ

นายสมชัย ยังกล่าวต่อว่า กรณีนี้จะไปโทษพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเรื่องของประชุมนั้นเป็นหน้าที่ของฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลต้องช่วยรักษา ดังนั้นจึงถือเป็นปัญหาของทุกฝ่าย สำหรับ ส.ส. ที่ขาดประชุมส่วนใหญ่เท่าที่ดูแล้วจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตามต้อง ตรวจสอบรายชื่ออย่างละเอียดอีกครั้งส่วนพรรคการเมืองอื่นอื่นต้องขอแสดงความชื่นชมที่ รักษาองค์ประชุมอย่างเต็มที่

นายสมชัย ยังระบุว่าการนัดประชุมเพิ่มนั้นขึ้นอยู่กับการพูดคุยกันระหว่างวิปสามฝ่ายด้วย มิฉะนั้นแม้จะนัดประชุมเพิ่มแต่อาจเกิดเหตุการณ์สภาล่มอีกก็จะไม่มีประโยชน์และสร้างรอยด่างพร้อยของสภาชุดนี้ ทั้งที่ได้แก้ไขกฎหมายและส่งกลับมายังสภาก่อนกำหนดด้วยซ้ำ

ผู้สื่อข่าวถามถึง การไม่แสดงองค์ประชุมของ ส.ส. ว่าถือว่าเป็นการปกป้องรัฐธรรมนูญหรือไม่
นายสมชัย ระบุว่า สามารถแสดงตนส่งผลให้การประชุมสภาล่มและส่งทำให้ภาพลักษณ์ของสภาเสื่อมลง หากดูในเจตนาอาจมองได้ว่าเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ของผู้แทนราษฎร นายสมชัยยืนยันว่าจะยื่นเรื่องนี้ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และจะตั้งข้อสังเกตจากการขาดการประชุมต่อเนื่อง 3 ครั้ง เป็นตะแกรงร่อนดูเจตนาของ ส.ส. ว่ามีเจตนาไม่เข้าประชุม เป็นเหตุให้กฎหมายดังกล่าวไม่ทันกำหนดเวลา เท่ากับว่าขัดต่อประมวลจริยธรรมของ ส.ส. โดยเชื่อว่าไม่เกินหนึ่งสัปดาห์จะทำสำนวนฟ้องให้เสร็จ

ส่วนประเด็นที่จะมีการยื่นร่าง พ.ร.ป. ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมองว่าเป็นเรื่องของ ส.ส. และ ส.ว. กรรมาธิการคงไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งนายสมชัยมองว่าไม่ว่าจะเป็นการคำนวณแบบใดก็ขัดต่อรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น และหากศาลวินิจฉัยว่ามีการขัดในสาระสำคัญก็อาจส่งผลให้กฎหมายฉบับนั้นตกไปเลย แต่เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้

Related Posts

Send this to a friend