POLITICS

นายกฯ ย้ำ อาสารักษาดินแดน คือ แนวหลังสำคัญของประเทศ พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

นายกฯ ย้ำ อาสารักษาดินแดน คือ แนวหลังสำคัญของประเทศ และใกล้ชิดประชาชน พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ทั้งชายแดน – ภัยพิบัติ เตรียมเสริมศักยภาพ – สวัสดิการ ต่อเนื่อง ยัน รั้วชายแดน เริ่มสร้างได้ทันที มีงบพร้อม ขอประชาชนไม่ต้องกังวล ปัด “สนิทกองทัพ” ชี้ มีเป้าหมายเดียวทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องอธิปไตย – ความปลอดภัยประชาชน

วันที่ (10 ก.พ. 69) เวลา 13:00 น. ที่อาคารศูนย์พัฒนาบุคลากร วิทยาลัยการปกครอง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีครบรอบ 72 ปี วันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ถึงการให้ความสำคัญกับกองอาสารักษาดินแดนในสถานการณ์ที่ผ่านมาล่าสุด ทั้งเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ว่า กองอาสารักษาดินแดนเป็นผู้สนับสนุนแนวหลัง ที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากทั้งในสถานการณ์ปกติ และเมื่อมีสถานการณ์ ซึ่งจะคอยทำงานประสานร่วมกับกรมการปกครอง ที่จะคอยดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน

ส่วนจะต้องมีอะไรเพิ่มเติมเสริมศักยภาพและขวัญกำลังใจให้กับอาสาสมัครเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะมีการเสริมทักษะศักยภาพ ให้กับสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดนตลอดเวลา ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย จะมีหน่วยงานเฉพาะที่คอยดูแล และยังมีการร่วมฝึกกับกองทัพบก โดยเฉพาะอาสาที่ประจำอยู่ตามสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้มีความชำนาญ-เชี่ยวชาญ ด้านการข่าว การสู้รบ และการดูแลประชาชน ซึ่งมีแผนดั้งเดิมที่นำมาปรับใช้ตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช. พร้อมย้ำว่าในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ดูแลเน้นย้ำในเรื่องของ สวัสดิการต่างๆ ของอาสาสมัคร

ส่วนในเรื่องของการดำเนินการในการจัดการสร้างรั้วแนวชายแดน ภายหลังชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนมีการทวงถาม นายอนุทิน กล่าวว่า หน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องนี้คือกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้รายงานเข้ามามายังตนว่า จะเริ่มดำเนินการในพื้นที่ที่สามารถก่อสร้างได้โดยทันที ในส่วนของงบประมาณก็มีการจัดสรรไว้เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งยังมีเงินบริจาคเข้ามาจำนวนมาก รวมถึงเงินพระราชทานจากราชวงศ์ ที่ให้มาจัดสรรในการดูแลป้องกันแนวชายแดนให้ประชาชนมีความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่า ในเรื่องนี้ประชาชนจะไม่ต้องกังวลใช่หรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่ต้องกังวล

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชาในตอนนี้มีความน่ากังวลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “เราหวังตั้งสงบ แต่เตรียมรบอย่างพร้อมสรรพ ก่อนบอกต่อว่าเรามีการเตรียมพร้อมตลอดเวลา ทุกวันนี้ ทางฝ่ายกองทัพ ตำรวจ และอาสาฯ ยังอยู่ในพื้นที่คอยเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น

ส่วนที่มีการมองว่ารัฐบาลที่ผ่านมากับกองทัพไม่มีความใกล้ชิดกัน แต่ในรัฐบาลอนุทินในอนาคต จะมีความใกล้ชิดกันมากขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะในเรื่องของการรักษาประโยชน์ของชาติบ้านเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าบอกว่าเป็นการใกล้ชิดกัน หรือสนิทสนมกันส่วนตัว แต่ด้วยภารกิจเป้าหมาย และ วัตถุประสงค์ที่ตรงกัน ในเรื่องของการรักษาอธิปไตย รักษาดินแดนของประเทศไทย ไม่ให้ตกไปเป็นของต่างชาติ จึงทำให้ความร่วมมือ มีความเข้มแข็ง ไม่ใช่เรื่องของความใกล้ชิดว่าเป็นเพื่อนกัน รุ่นเดียวกัน อายุใกล้เคียงกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ แล้วมองว่า กองทัพมีความเข้มแข็งเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เลย เพราะกองทัพมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว แต่เป้าหมายในการป้องกันประเทศ และบริบทในปัจจุบันรัฐบาลและกองทัพ รวมถึงฝ่ายปกครองและตำรวจ ทุกฝ่ายมีเป้าหมายเดียวกัน คือความหวงแหน และการปกป้องแผ่นดินไทย และให้ความปลอดภัยกับประชาชนสูงสุด พวกเราทุกคน จึงทำงานร่วมกันด้วยความเข้าใจ และร่วมมือบูรณาการทุกสรรพกำลังให้ประขาชนมั่นใจว่าดูแลพวกเขาได้

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หลังเลือกตั้ง กัมพูชามีติดต่อเข้ามาหรือไม่ ที่จะขอเจรจากับประเทศไทย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทุกอย่างมีขั้นตอนในการติดต่อพูดคุย และยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำร่วมกัน ทั้งการเก็บกู้ทุนระเบิด ในแต่ละฝั่งของประเทศตนเอง ใครรับผิดชอบในพื้นที่ใด ต้องดำเนินการในฝั่งของตัวเอง แล้วทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักมนุษยธรรม พร้อมย้ำว่าต่างฝ่ายต้องเก็บกู้วัตถุระเบิดในพื้นที่ของตัวเอง รวมถึงอาวุธร้ายแรงต่างๆ และต้องไม่มีการ

Related Posts

Send this to a friend