‘อรรถวิชช์’ ซัด กกพ. ทำโครงสร้างพลังงานผิดเพี้ยน ดองดาต้าเซนเตอร์
‘อรรถวิชช์’ ซัด กกพ. ทำโครงสร้างพลังงานผิดเพี้ยน ดองดาต้าเซนเตอร์ แนะกระทรวงพลังงานใช้งบปี 70 เพิ่มรายได้รัฐ ดันเสรีโซลาร์ลดภาระประชาชน
วันนี้ (9 ก.ย. 69) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของกระทรวงพลังงานว่า แม้จะได้รับงบประมาณปกติน้อยที่สุดในบรรดาทุกกระทรวง เพียงราว 1,000 กว่าล้านบาท แต่ปีนี้ได้รับเงินมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ จาก พ.ร.ก. เงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 200,000 ล้านบาท และงบกลางช่วยเหลือวิกฤตพลังงานอีกราว 12,000 ล้านบาท จึงเสนอให้ตัดงบประมาณส่วนปกติของกระทรวงลง 1% เพื่อความสมเหตุสมผล
รายได้ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งหารายได้เป็นอันดับสองให้รัฐ ลดลงจาก 83,000 ล้านบาท เหลือประมาณ 70,000 ล้านบาท หรือลดลงกว่า 20% ส่วนหนึ่งเกิดจากแหล่งก๊าซหลักอย่างบงกชและเอราวัณกำลังจะหมดลง จึงเรียกร้องให้กระทรวงเร่งสำรวจแหล่งก๊าซใหม่ในทะเลน้ำลึกฝั่งอันดามัน และผลักดันพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) เพื่อดึงรายได้กลับคืนมา
ส่วนโครงสร้างการกำกับดูแลพลังงานก็ผิดเพี้ยนมาตั้งแต่การแปรรูป ปตท. เพราะธุรกิจน้ำมันแปรรูปเป็นเอกชนไปแล้ว แต่ไม่มีองค์กรกำกับดูแลเฉพาะ ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งศาลสั่งห้ามแปรรูปและยังเป็นของรัฐ 100% ทั้งฝ่ายผลิตและฝ่ายสายส่ง (นครหลวงและภูมิภาค) แต่กลับถูกตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ขึ้นมากำกับตั้งแต่ปี 2550 ส่งผลให้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ลดลงจาก 77% ในปี 2543 เหลือ 31% ในปัจจุบัน ขณะที่ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนเข้ามาครองส่วนแบ่งตลาดแทน
สำหรับการใช้งบประมาณเปลี่ยนผ่านพลังงาน นายอรรถวิชช์ เสนอให้ กฟผ. เข้าซื้อโรงไฟฟ้าชีวมวลที่กำลังปิดตัวเพื่อดำเนินการเองเพื่อช่วยลดการเผาเศษวัสดุการเกษตรและปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Go Green หลังโรงไฟฟ้าหลายแห่งหมดสัญญารับซื้อไฟฟ้าแบบพิเศษ (Adder) และต้องขายไฟในราคาที่ไม่คุ้มทุนเสี่ยงปิดกิจการหรือถูกกลุ่มทุนใหญ่ซื้อไปทำกำไร
นอกจากนี้ เสนอให้จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์โดยให้ กฟผ. จับมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ใช้ที่ดินของ กฟผ. ในพื้นที่ที่มีกำลังไฟฟ้าเหลือ เพื่อดึงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเศรษฐกิจดิจิทัลเข้าสู่ประเทศ หลังนักลงทุนบางส่วนเลือกไปลงทุนในเวียดนาม เพราะการขอใบอนุญาตตั้งโรงไฟฟ้ารองรับดาต้าเซนเตอร์ในต่างจังหวัดทำได้ยาก
ส่วนปัญหาค่าไฟสำหรับผู้เช่าหอพักและอพาร์ตเมนต์ เสนอให้ปรับระบบเรียกเก็บค่าไฟฟ้า (Billing) ให้ครอบคลุมผู้เช่าโดยตรง เนื่องจากมาตรการลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกในราคา 3 บาท ไม่ช่วยผู้เช่ากลุ่มนี้ เพราะมิเตอร์ไฟฟ้าเป็นชื่อเจ้าของอาคาร จึงควรให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดทำระบบเรียกเก็บบิลในชื่อผู้เช่าโดยตรงตามแบบที่ใช้ในต่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้สภาฯ เร่งผลักดันกฎหมายเปิดเสรีพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งได้เสนอรัฐบาลและประธานสภาฯ บรรจุระเบียบวาระแล้ว โดยจะยกเลิกการขออนุญาตจาก 5 หน่วยงาน 3 กระทรวง เหลือเพียงการจดแจ้งและตรวจสอบความปลอดภัย โดยชี้ว่าปัจจุบันการติดตั้งโซลาร์ขนาด 5 กิโลวัตต์ ใช้เวลาขออนุญาต 1 ปี และมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท จากค่าติดตั้ง 180,000 บาท หากไม่ต้องขออนุญาตจะลดต้นทุนเหลือ 150,000 บาท และหากรัฐบาลช่วยอีก 50,000 บาท จะเหลือเพียง 100,000 บาท จึงจะทำให้โครงการของกระทรวงพลังงานเดินหน้าได้
นายอรรถวิชช์ ยังเสนอตัดงบ 3% ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยทวงถามมาตรการรับมือปาล์มน้ำมัน หลัง พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี 2562 กำหนดให้ยุติการอุดหนุนน้ำมันที่มีส่วนผสมชีวภาพ โดยวันที่ 24 ก.ย. 69 กองทุนน้ำมันจะไม่สามารถชดเชยดีเซล B5 และ B7 ที่มีส่วนผสมปาล์มได้อีก ซึ่งจะกระทบปาล์มน้ำมัน 1 ใน 3 ของประเทศ จึงเรียกร้องให้กรรมาธิการเร่งพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันปาล์มที่อาจต่ำลงได้













