‘เท้ง’ ไร้ปัญหาเป็นฝ่ายค้านร่วม ‘กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์’ จ่อเสนอชื่อชิงเก้าอี้ประธาน-รองประธานสภาฯ
‘เท้ง’ ไร้ปัญหาเป็นฝ่ายค้านร่วม ‘กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์’ จ่อเสนอชื่อชิงเก้าอี้ประธาน-รองประธานสภาฯ หวังโชว์วิสัยทัศน์ เตรียมแผนรับมือคดี 44 สส.ประเมินฉากทัศน์แล้วร้ายสุดคือ หยุดปฏิบัติหน้าที่ 10 คน ซัด ‘อนุทิน’ สองมาตรฐาน เหตุ เคยตั้ง ‘ธรรมนัส’ นั่ง รมว.มาแล้ว
วันนี้ (9 มี.ค. 69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์หลังการเข้ารายงานตัว สส.ที่สภาผู้แทนราษฎร ว่า วาระสำคัญต่อจากนี้ เราได้เตรียมตัวภายใน โดยในช่วงบ่ายจะมีการประชุม สส.ของพรรค ส่วนงานที่เราจะผลักดันต่อคือชุดกฎหมายหลายฉบับที่เราพร้อมทำหน้าที่ทันที เมื่อสภาฯ เปิดอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นชุดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น การปฏิรูประบบงบประมาณ การยกระดับในการตรวจสอบ สิ่งแวดล้อม สิทธิเสรีภาพ การลดค่าไฟฟ้า
ส่วนการร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรม เป็นกระบวนการปกติในสภาฯ ที่พรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลต้องมาทำงานฝ่ายค้าน คงไม่ต้องปรับกระบวนท่าในการทำงานอะไรมาก กระบวนการวิปฝ่ายค้านเป็นปกติ เราสามารถทำงานได้กับทุกฝ่ายอยู่แล้ว ในอดีตเราก็ทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่ไม่จำเป็นต้องมีจุดยืนหรือหลักการที่ตรงกัน โดยการพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรม เป็นเรื่องปกติที่ระดับสมาชิกจะพูดคุยหารือกัน แต่ในระดับแกนนำยังไม่มีการหารือกันอย่างเป็นทางการ สำหรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ในฐานะพรรคการเมืองลำดับ 1 ที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านก็เป็นตำแหน่งที่เราให้ความสำคัญอยู่แล้ว พร้อมทำหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มที่
ขณะที่คดี 44 สส.เราไม่ได้กังวล แต่ไม่ได้ประมาท ยืนยันตามความบริสุทธิ์ของเราในการทำหน้าที่ สส. ในการยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ไม่ควรที่จะทำให้เราต้องโดนคดีแบบนี้ โดยในช่วงบ่ายนี้จะมีการหารือกันภายในพรรค เพื่อให้เห็นภาพตรงกันว่าฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดคือ ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 10 คน จะเดินหน้าทำงานในสภาฯ กันต่ออย่างไร เพื่อให้การทำงานในฐานะ สส.ไม่สะดุดลง
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่จะเตรียมคนขึ้นมาทำหน้าที่แทน หากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ว่า เตรียมกระบวนการ เตรียมวิธีการไว้หมดแล้ว แต่ตัวบุคคลต้องเป็นกระบวนการภายใน อาจจะต้องหารือกับที่ประชุม สส.พรรคก่อน สุดท้ายหากเกี่ยวกับตำแหน่งผู้บริหารพรรคต้องออกมาจากที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งเราวางแผนไว้ว่าจะประชุมกันในช่วงเดือน เม.ย.นี้
ส่วนที่การมองว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่จะเป็นนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์ พรรคประชาชน นั้น เราไม่สามารถที่จะไปบอกแทนเพื่อนสมาชิกได้ เราพยายามออกแบบกระบวนการ แต่ไม่ได้ยึดติดตัวบุคคล จะออกมาเป็นชื่อใครก็แล้วแต่การตัดสินใจของสมาชิกพรรค
อย่างไรก็ตามการมารายตัวต่อสภาฯ ในวันนี้ตรงกับวันครบกำหนด 30 วัน ที่ ป.ป.ช. ต้องยื่นคดี 44 สส.ไปที่ศาลฎีกา นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้ตั้งใจ เราต้องการให้การรับรองจาก กกต.เสร็จครบทั้งกระบวนการก่อน จึงเลือกมาในช่วงเวลานี้ ไม่ได้ตั้งให้ชนกับอะไร ส่วนที่พรรคได้ยื่นให้ กกต.ตรวจสอบการเลือกตั้งเขต 2 จ.สุพรรณบุรีนั้น ก็คงต้องรอให้เป็นไปตามกระบวนการว่ามีผลเป็นอย่างไร หากเกิดเหตุที่เห็นได้ชัดว่าน่าจะมีความผิดปกติ เราก็พร้อมจะดำเนินการกับเขตอื่น ๆ อย่างเต็มที่ ทีมกฎหมายของพรรคได้รวบรวมพยานหลักฐานค่อนข้างครบถ้วนแล้ว
เมื่อถามว่า แม้จะมีการเปิดประชุมสภาแล้วก็ยังสามารถยื่นตรวจสอบการเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กกต.น่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด เชื่อว่าประชาชนก็ห่วงใยเรื่องนี้เช่นกัน เพราะหลายภาคส่วนยังตั้งคำถามถึงกระบวนการในการเลือกตั้งที่ผ่านมา รวมถึง กกต.ออกมารับรองผล โดยที่สังคมยังตั้งคำถามอยู่ หากมีการเปิดสภา และรัฐบาลเดินหน้าไป สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญออกมาระบุว่ากระบวนการในการเลือกตั้งมีปัญหาเกิดขึ้นจริงจะเกิดผลเสียต่อประเทศมากที่สุด
เราสื่อสารมาตลอดว่าอยากได้การเลือกตั้งที่โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ประชาชนให้ความเชื่อมั่นในการเลือกตั้ง เรายอมรับผลการเลือกตั้ง การที่เรามารายงานตัวในวันนี้ เพราะเราพร้อมทำหน้าที่ต่อในฐานะผู้แทนราษฎร ส่วนกระบวนการในการตรวจสอบการเลือกตั้ง ตรวจสอบความผิดปกติ ไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งที่ผ่านมาต้องเดินหน้าควบคู่กันไป
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะเสนอชื่อประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ แข่งหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่าเราพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็ง ซึ่งตำแหน่งที่สำคัญคือผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ซึ่งบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ผู้นำฝ่ายค้านไม่สามารถเป็นพร้อมกันได้กับประธาน และรองประธานสภาฯ แต่ก็ไม่ได้เป็นการปิดกั้น ที่เราจะเสนอชื่อเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในสภาฯ เพราะในอดีตก็มีการเสนอมาแล้ว ซึ่งจะมีการหารือกันก่อน และจะได้ความชัดเจนก่อนจะมีการเปิดประชุมสภาแน่นอน
เมื่อถามว่ามองฟอร์มรัฐบาลว่าอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รอการทำหน้าที่และกระบวนการหลายๆ อย่างเสร็จสิ้นก่อน เราพร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา ส่วนที่มีการตั้งรัฐบาลโดยไม่เอาพรรคกล้าธรรม โดยยกเรื่องมาตรฐานจริยธรรม นายอนุทินก็ยังไม่ได้ตอบว่าในอดีตก็เคยแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ทำไม ตอนนั้นกับตอนนี้ใช้คนละมาตรฐานกัน ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องการเมืองมากกว่ามาตรฐานทางจริยธรรม
ขณะที่ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ฝ่ายกฎหมาย กล่าวเพิ่มเติมถึงกรอบเวลาในวันที่ 9 มี.ค.69 ในการส่งคำร้องคดี 44 สส. ของ ป.ป.ช. ต่อศาลฎีกาว่า ความจริงแล้วไม่ใช่วันที่ 9 มี.ค.69 กรอบเวลา 1 เดือน และ 30 วัน ในทางกฎหมายนั้นแตกต่าง การนับ 1 เดือนนั้น ต้องไม่ลืมว่าเดือน ก.พ. มีเพียง 28 วัน หากนับ 30 วัน กรอบเวลาของการยื่นคำร้องย่อมตรงกับวันที่ 11 มี.ค.69 ตามกฎหมายเกี่ยวกับ ป.ป.ช. สามารถขยายเวลายื่นคำร้องได้ต่อไปเรื่อย ๆ หากมีเหตุผลรองรับ












