POLITICS

‘สุชัชวีร์’ ลงพื้นที่ร่มเกล้า พบครู-เด็กเล็ก ชู ‘การศึกษาคือยาแก้จน’ ดันครูเด็กเล็กได้บรรจุ-มีสวัสดิการดูแล ย้ำ นโยบายการศึกษาทำได้ทันที

วันนี้ (9 ม.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ชุมชนมิตรสามัคคีฟื้นนครร่มเกล้าระยะ 4 โซน 10 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วยนายกิตติ วงษ์กุหลาบ รองหัวหน้าพรรคและผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคไทยก้าวใหม่ และ นายพงศ์ปณตพล รักสกุลกานต์ ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 1 เขตลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) เขต 20 ลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับคุณครูและเด็กเล็กเพื่อปลูกฝังโอกาสการศึกษา ก่อนวันเด็กพร้อมชมกิจกรรมเสริมพัฒนาการ

นายสุชัชวีร์ ได้เข้าไปพบคุณครูและเด็กเล็กภายในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน โดยมีการนั่งพูดคุยรวมถึงแกะขนมให้กับเด็ก ๆ ซึ่งได้พูดคุยในเรื่องของพัฒนาการ อาหารกลางวันและอาหารเช้าสำหรับเด็กเล็ก พร้อมกับแนะนำคุณครูว่าอยากให้มีการเน้นในเรื่องของอาหารให้ครบ 5 หมู่สำหรับเด็กเล็ก และสอบถามในเรื่องของความเป็นอยู่และกิจวัตรประจำวัน

จากนั้น นายสุชัชวีร์ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ว่า ตนเห็นเด็ก ๆ แล้วมีความสุข เพราะตนก็มีลูกเล็กเหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เด็กต้องการจากการพูดคุยกับคุณครู คือเรื่องของอาหารเช้า เพราะวันนี้เราไม่ได้ดูแลในเรื่องของอาหารเช้าลูกหลานเด็กไทย และต้องยอมรับว่าหลายบ้านโดยเฉพาะครอบครัวที่มีรายได้น้อย กินเพียงแค่นมกล่องเดียวไม่เพียงพอต่อเด็กในวัยที่กำลังเติบโต

ดังนั้น นโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่ เราจะไม่ทิ้งเด็กไทยไว้ข้างหลัง เด็ก ๆ ทุกคนจะได้รับอาหารเช้าฟรีพร้อมอาหารกลางวัน จนจบประถมเพื่อที่จะทำให้เด็ก ๆ มีสุขภาพแข็งแรงและมีความพร้อมในด้านร่างกายและพร้อมในการเรียนหนังสือ

นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันเด็กเกิดน้อยมาก ประเทศไทยในปีที่ผ่านมามีเด็กเกิดเพียงแค่ 300,000 กว่าคน ซึ่งในปีนี้คาดว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดน้อยที่สุดติดอันดับโลก เพราะฉะนั้นเด็กที่เกิดมาในวันนี้เท่ากับเป็นลูกของเรา

อีกทั้ง เราจะต้องมองเด็กไทยทุกคนเป็นลูกของเรา โดยช่วงปฐมวัยเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของชีวิตมนุษย์ หากปฐมวัยแข็งแรงได้รับการดูแลสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี ก็จะเป็นเด็กที่เติบโตมาอย่างมีคุณภาพและประเทศไทยไม่แพ้ใครในโลก ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคไทยก้าวใหม่ คือการสร้างคน เพราะการสร้างคนคือปากท้อง การศึกษาคือยาแก้จน หากจะเริ่มจากการสร้างคนต้องเริ่มจากปฐมวัย ช่วงก่อนอนุบาลและก่อนประถม

ส่วนการพูดคุยกับคุณครูประจำศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนพบเจอปัญหาอะไรบ้างหรือไม่ นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ศูนย์เด็กเล็กที่นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งศูนย์ที่มีคุณภาพใน กทม. ซึ่งตนไปศูนย์เลี้ยงเด็กทั่วประเทศมาแล้ว เด็กบางคนมีน้ำหนักตัวที่เบามาก หรือบางคนมีน้ำหนักที่เกินมาตรฐาน จึงเป็นปัญหาของเด็กไทย คือโรคเบาหวาน น้ำหนักเกินตั้งแต่วัยเด็ก โดยเป็นเรื่องที่เราต้องดูในเรื่องนี้ รวมถึงคุณครูที่ดูแลเด็ก ๆ ทั้งวันใน กทม. ที่เป็นศูนย์เด็กเล็กก็ยังไม่มีอัตราการบรรจุ เป็นเพียงแค่ตำแหน่งอาสา ไม่มีการอำนวยความสะดวกดูแลรักษา เพราะฉะนั้นพรรคไทยก้าวใหม่ตั้งใจจะดูแลครูอย่างน้อย ครูต้องเป็นการบรรจุอัตราจ้างให้ได้รับเงินจริง ๆ สามารถลากิจลาป่วยได้และมีสิทธิไม่น้อยกว่าข้าราชการ เพื่อสร้างกำลังใจในการดูแลบุตรหลานของเราได้

นายสุชัชวีร์ เชื่อว่า วันนี้ถ้าคิดถึงเรื่องของการศึกษา เชื่อว่าทุกคนต้องคิดถึงพรรคไทยก้าวใหม่ เพราะเราโชว์นโยบายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก รวมถึงเรื่องปากท้องและการปราบปรามคอร์รัปชัน เรื่องคุณภาพชีวิต และการจัดการภัยพิบัติเป็นเรื่องที่สำคัญทั้งหมด แต่หากถามว่าอะไรสำคัญที่สุด คือเรื่องของลูกและคนก็สำคัญที่สุดของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นพรรคไทยก้าวใหม่จึงดูแลเรื่องการศึกษาแบบเบ็ดเสร็จ ดูแลตั้งแต่เรื่องอาหารเช้าไปจนถึงเรียนฟรีจนจบปริญญาเอก รวมถึงสิ่งที่อยากทำที่สุด คือการปลดหนี้ กยศ. ให้ได้ เพราะเป็นหนี้ที่ไม่ควรจะเสียตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะลูกหลานคนจน จึงอยากดูแลทุกภาคส่วนไปตั้งแต่เด็กไปจนถึงคุณครูและบุคลากร เพราะศูนย์เด็กเล็กไม่มีงบปรับปรุง จึงอยากขอให้เลือกพรรคไทยก้าวใหม่เพื่อทำให้โรงเรียนปลอดภัยจริง ๆ

นายสุชัชวีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่าคิดว่านโยบายเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องระยะยาว การศึกษาเป็นเรื่องที่ทำได้ทันที เราอยากให้ประชาชนเห็นว่าการศึกษาคือเรื่องปากท้องและเป็นการแก้จนจริง ๆ เป็นเรื่องที่พรรคไทยก้าวใหม่ตั้งใจและอาสาจะทำให้ได้

Related Posts

Send this to a friend